ห้ามกินยากับอะไร

ห้ามกินยากับอะไร กินยากับนมไม่ได้จริงหรือ?

อาหารและยาเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์ไม่แพ้กัน บ่อยครั้งจึงเกิดอาการสงสัยว่า ห้ามกินยากับอะไร ถ้ากินยาตัวนี้กับอาหารชนิดนี้แล้วจะแสลงไหม จริงๆ แล้วจะเรียกอาหารก็คงไม่ถูกต้อง แต่ต้องเรียกว่า “สารอาหารบางประเภท” ต่างหาก ที่มีผลกับยาบางชนิด

 

มาดูกันว่า “ห้ามกินยากับอะไร” กินยาตัวนี้แล้วห้ามกินอาหารประเภทไหน

ผักใบเขียวที่มีวิตามินเคสูง

เช่น บรอกโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี ควรบริโภคอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด วาร์ฟาริน (warfarin) เนื่องจากมีผลต่อระดับความแข็งตัวของเลือด จำเป็นต้องให้คำแนะนำโดยเฉพาะในช่วงกินเจ

 

 

ผลไม้ประเภทกล้วย ส้ม ที่มีโพแทสเซียมสูง

เนื่องจากโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีผลต่อการใช้ยาขับปัสสาวะ หากระดับโพแทสเซียมในเลือดผิดปกติจนทำให้เกิดพิษจากยาที่ออกฤทธิ์ต่อหัวใจอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เช่น ไดออกซิน (digoxin)

 

 

อาหารหมักจำพวกยีสต์หมัก เบียร์ ไวน์ และอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก ถั่วปากอ้า ช็อกโกแลตที่มีส่วนประกอบของสารไทรามีน

แม้จะมีคุณสมบัติช่วยควบคุมความดันโลหิต แต่ถ้ากินอาหารที่มีสารไทรามีนสูงร่วมกับการกินยาต้านโรคซึมเศร้าบางชนิดในกลุ่ม MAOIs เช่น เซเลจิลีน (selegiline) อาจทำให้สารไทรามีนสะสมมากกว่าปกติจนเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง ความดันโลหิตสูงจนเป็นอันตรายได้

 

ขนมหรือลูกอมที่มีส่วนผสมของชะเอมเทศ

หากกินในปริมาณมากและต่อเนื่องนานๆ จะทำให้เกิดการคั่งสะสมของเกลือและน้ำทำให้ตัวบวม ถ้ากินร่วมกับยาลดความดันโลหิตก็จะออกฤทธิ์ขัดแย้งกัน ส่งผลให้ยาลดความดันออกฤทธิ์ไม่เต็มที่

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น สุรา เบียร์

เมื่อกินพร้อมยาฆ่าเชื้อ เมโทรนิดาโซล (metronidazole) ยาต้านเชื้อรา กริซีโอฟูลวิน (griseofulvin) หรือยารักษาเบาหวาน ไกลบูไรด์ (glyburide) อาจทำให้เกิดอาการคล้ายคนเมาค้าง (disulfiram like side effect) มีอาการตัวแดง ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาจถึงขั้นแน่นหน้าอกได้ รวมถึงการใช้ยานอนหลับร่วมกับการดื่มสุรา อาจทำให้เกิดอันตรายจากการเสริมฤทธิ์กดประสาทจนหยุดหายใจ ทำให้เสียชีวิตได้

 

 

น้ำผลไม้บางชนิด เช่น เกรปฟรุต ผลไม้ตระกูลเดียวกับส้มโอ

แม้จะมีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่มีงานวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเกรปฟรุตมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาหลายชนิด เช่น ยาลดความดัน ฟิโลดิปีน (felodipine) แอมโลดิปีน (amlodipine) ยาลดไขมันในเลือด ซิมวาสแตติน (simvasatatin) ยาคลายเครียด ไอดะซีแพม (diazepam) เนื่องจากการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในการเปลี่ยนแปลงยา จนระดับยาในเลือดสูงขึ้นและอาจเกิดอันตรายได้

 

นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต เนย

นมมีส่วนประกอบของแคลเซียมที่มีผลต่อการดูดซึมของยา เนื่องจากแคลเซียมในนมจะจับตัวกับยาบางชนิดกลายเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

ยาที่ไม่ควรกินพร้อมกับนมหรือน้ำแร่ ได้แก่ ยาเสริมธาตุเหล็ก (ferrous salt) ยาปฏิชีวนะในกลุ่มควิโนโลน (quinolone) ที่มีชื่อลงท้ายว่า “ฟลอกซาซิน” เซฟดิเนียร์ (cefdinir) เตตราซัยคลิน (tetracycline) ยาลดปลายประสาทอักเสบ กาบาเพนติน (gabapentin)

ทางที่ดีไม่ควรกินยาพร้อมกับดื่มนม หรือเว้นระยะห่างระหว่างกินยากับดื่มนมประมาณ 2 ชั่วโมง

นอกเหนือจากสารอหารที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาโดยตรงแล้ว ยังมีสารอาหารบางประเภทที่มีผลต่อโรคประจำตัวด้วย เช่น การกินอาหารเค็มที่มีผลต่อโรคความดันโลหิตสูง การกินอาหารหวานมีผลต่อโรคเบาหวาน การกินอาหารมันมีผลต่อระดับไขมันในเลือด หรือการกินอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์ปีกที่มีผลต่อการเป็นโรคเกาต์

ดังนั้นจำเป็นต้องควบคุมอาหารเหล่านี้ร่วมด้วยเพื่อทำให้ยาออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ข้อมูลจากหนังสือ Drug Guru ฉลาดรู้เรื่องยา

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่

 

บทความอื่นๆ 

0