Nak-อ่าน EP.3 ความลับของคนที่ขายทุกอย่างในโลกได้

EP. นี้เรามาพูดคุยกับคุณเกรซ-เฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกูล ผู้เขียนหนังสือ Bestseller มาแล้วหลายเล่ม เธอได้พูดถึงหนังสือเล่มล่าสุดของเธอที่ชื่อว่า Selling Secret ความลับของคนที่ขายอะไรก็สำเร็จ และเคล็ดลับการขายที่ทำให้คุณกลายเป็นนักขายมืออาชีพ และขายทุกอย่างในโลกได้

เป็นรายการที่จะพูดเกี่ยวกับหนังสือ “Selling Secret  ความลับของคนที่ขายทุกอย่างในโลกได้” โดยมีพิธีกรคือ ตุลย์ ธนะโรจน์ และแขกรับเชิญในEPนี้คือ คุณเกรซ เฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกูล

เกรซ หรือ เฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกูล เขียนหนังสือมา 20 กว่าปี เขียนมากกว่าหลายร้อยเล่ม เขียนแนวปรัชญา เน้น How toเป็นหลักการสร้างความสุข การพัฒนาตนเอง จิตวิทยา และเป็นที่รู้จักเพราะจากการเขียนหนังสือแนว How to จิตวิทยาที่เป็นbest seller

 

เคยขายอะไรมาก่อนหรือไม่

เกรซ : ไม่เคยทำงานออฟฟิศหรือเป็นลูกจ้างใครเรามีอุดมคติที่ว่า “ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ” ตัวเองค้นพบตั้งแต่เด็กเลยว่าเครื่องมือที่ทำให้เรามีชีวิตรอดได้คือการขาย และทำให้เรารวย แค่มีไอเดีย ความคิด ผลงาน นำไปเสนอผลงานกับคนอื่น เพื่อให้อีกฝั่งตอบรับ ถือเป็นการขายเรียบร้อย ผ่านการทำธุรกิจอิสระมาเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำaccessoriesเครื่องประดับแฮนด์เมด การทำอาหารเดลิเวอรี่ ลิปสติก เซรั่มต่างๆ

 

เราขายทุกอย่างที่สามารถขายได้

เกรซ : อะไรก็ได้ที่อยู่กับคำว่าอิสระ มันก็มาคู่กับการขาย และตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ว่าจะเรื่องอิสระในชีวิต เวลา รายได้ และที่แน่นอนคือ ความสุข มาจากการขายอย่างเดียวเท่านั้น

 

เวลาจะขายสักอย่างให้ใครสักคนหนึ่ง ทำไมเราต้องขายตัวเองให้ได้ก่อน

เกรซ : ตามหลักจิตวิทยา พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าด้วยความชอบที่มีให้กับแบรน์หรือยี่ห้อนั้นๆ เมื่อยุคนี้เป็นยุคแห่งการขายตัวตน จะมีคำหนึ่งที่สร้างขึ้นมาคือ personal branding การทำให้ตัวเองเป็นแบรนด์ยี่ห้อหนึ่งนั้น มีจุดขายที่เห็นได้ชัด จะทำให้คนชอบและเชื่อ เมื่อเราขายตัวเองได้แล้ว จะทำให้คนเราซื้ออะไรก็ตามที่เราขาย บางทีรู้จักแบรนด์ก่อนสินค้าเสียด้วยซ้ำ อย่างเช่น สินค้าต่างประเทศ เราไม่ได้สนใจวัสดุหรือแม้กระทั่งสไตล์ มันทำให้ฉันอยากจะซื้อ แบรนด์คือคลาส รสนิยม คุณภาพ นี่คือโจทย์ที่ต้องตีให้แตก ยังไม่สนใจสินค้าอะไรที่มาขาย ลูกค้า หรือแม้กระทั่งเศรษฐกิจ ควรสนใจที่ตัวเอง

 

สิ่งสำคัญคือ เราต้องขายตัวเองให้ตัวเอง มันทำให้เกิดคำถามที่ว่าทำไมเราต้องขายตัวเองให้ได้เสียก่อน

เกรซ : ความมั่นใจเกิดจากความรู้สึกข้างใน ต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อการมองตัวเองเราต้องบอกตัวเองบ่อยๆ ฉันเป็นคนที่ดูดี ฉลาด เก่ง มีเสน่ห์ เวลาฉันเจอลูกค้า ลูกค้าสนใจอยากรู้จักอยากพูดคุย และทำให้เป็นจริงด้วยการพัฒนาตัวเอง อยากไปเจอคนแบบไหน ให้ทำนิสัยแบบนั้น มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า และภาษากายต้องสัมพันธ์กัน ถ้าการแต่งตัวเราดี ก็สามารถปลี่ยนความมั่นใจเราได้  เพราะเป้าหมายคือความสำเร็จ คนที่เดินเข้ามาในเรื่องของการขายนั้นถือว่าท้าทายอยู่แล้ว และตั้งเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จยิ่งทำให้ท้าทายกว่าเดิม

 

ควรจะเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไร และขายของให้ได้ด้วย

เกรซ : อยากให้มองไปเรื่องใหญ่ๆอย่างตัวเราเสียก่อน mindset ความคิดที่มีต่อตัวเอง และ การขาย และทุกเรื่องต้องคิดแบบบวก ทุกอย่างดี น่าตื่นเต้น น่าสนใจ ท้าทาย ไม่งั้นตัวเราจะไม่พร้อม

 

ช่วงแรกเราอาจรู้สึกลบแต่ก็ต้องฝืนคิดบวก

เกรซ: เราสามารถฟังคนที่คิดบวก นำมาเป็นตัวอย่างได้ คนที่คิดบวกเป็นคุณสมบัติของความสำเร็จ หากมีความคิดลบในหัว ลองจดออกมาและนำไปแก้ไข เช่นฉันกลัวถูกปฎิเสธ ต้องรู้สึกดีกับมัน ตื่นเต้นกับมัน และมีความมั่นใจ พอเรามีความมั่นใจในตัวเอง มันคืออาวุธที่ดีที่สุดในการขาย หากเจอสิ่งลบให้ใช้คำว่า So what? แล้วทุกอย่างจะเปลี่ยนไปและดีขึ้น

            การขายตัวเองถือว่าสำคัญมาก เมื่อเรามั่นใจและมี mindset ที่ถูกต้อง มีความคิดที่บวก จะทำให้ขายได้ประสบความสำเร็จมากขึ้น

 

สำหรับนักเริ่มขายควรขายให้ใครก่อนดี

เกรซ : จุดที่จะทำให้นักขายประสบความสำเร็จมันไม่เท่ากัน ถึง mindset จะเป็นบวกหรือความมั่นใจเท่ากัน มันอยู่ที่จิตวิทยา การพบเจอผู้คน ถ้าเรารู้เรื่องจิตวิทยาสักนิดจะทราบว่า คนที่มีแนวโน้มจะคิดตาม เชื่อตาม ทำตาม หรือซื้อของๆเรา คนที่มีความเหมือนกับเรา จะเข้ากับเราได้ง่าย และสนับสนุนเราบางคนเชื่อว่า เราจำเป็นต้องไปสร้างความเชื่อให้กับลูกค้า แต่เราสามารถใช้คาแรกเตอร์ที่เป็นอยู่เข้าหาคนได้เลย ก่อนจะเข้าหาคนที่แตกต่างกัน ชีวิตมันสั้น ทำไมไม่เข้าหาอะไรง่ายๆก่อน ความสำเร็จเล็กๆทำให้เราฮึกเฮิมที่จะทำให้เราลองอะไรที่มันยากขึ้น จะทำให้เราสามารถกล้าที่จะไปขายในกลุ่มที่ยากขึ้นได้

 

หากเจอลูกค้ากลุ่มอื่นๆ อาจจะเกิดความรู้สึกกลัวการปฎิเสธ มีวิธีจัดการอย่างไรให้กลายเป็นความมั่นใจ

เกรซ : การขายนั้นเราต้องรู้อยู่แล้วว่าเราต้องเจอคนทุกประเภท ไม่สามารถเลือกลูกค้าได้ ดังนั้น ต้องเอาอยู่ทุกกลุ่ม เพื่อลองฝีมือ จดว่ากลุ่มลุกค้าที่มีความท้าทายที่สุดเป็นแบบใด กลุ่มนี้ต่างจากเรา กลุ่มนี้ซื้อของยาก กลุ่มนี้ไม่ซื้อของเลย และเข้าหาเพื่อทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆดูว่าได้ผลไหม คิดว่าขายเพื่อทดลอง คิดว่าตัวเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ไปทดลองและปรับเปลี่ยนพัฒนา

            จะนำมาซึ่งความสนุกและความท้าทาย ทำให้ไม่เกิดความกลัว มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว แต่เราจะไม่ไปกังวัลกับมันมากนัก มันไม่ใช่จุดจบของชีวิต มี Yes มี No เป็นเรื่องธรรมดา นี่คือการสร้างความมั่นใจในการขายกลุ่มคนที่คิดว่าไม่ใช้สิ่งนี้  ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเรา

 

พูดถึงวิธีการขายที่ฉีกแบบเก่าทิ้งไปและสร้างการขายแบบใหม่

เกรซ : การที่ลูกค้าหรือคนขายมีบทบาทข้างเดียว มันไม่ใช่การขายที่สมบูรณ์แบบ การสื่อสารทั้งสองฝ่ายนั้นสำคัญ กฎที่เคยบอกไว้ว่า การขายจะต้องเป็นผู้ฟังที่ดีนั้น และเอาใจลูกค้า ถ้าให้ความสำคัญกับแค่ลูกค้าแต่ตัวเราจะไม่มีความสุข ซึ่งจริงๆมันจะต้องเท่ากัน ถ้าหากจะฉีกกฏเก่าๆ คือทั้งสองฝายต้องมีบทบาทเท่ากัน ต่างคนต่างฟังกันและกัน เล่าให้ลูกศิษย์ฟังมาตลอดว่า จุดที่ตัวเองภูมิใจที่สุดคือ ลูกค้าต้องซื้อของเพื่อเอาใจ และได้มีลุกศิษย์มาสมัครด้วยหลายคนเพราะเขาปลื้มเรามากและอยากเป็นคนสำคัญของเรา เลยลงเรียนคอร์สราคาเป็นแสนเพื่อที่เป็นคนสำคัญของเรา ยกตัวอย่างเราเข้าไปในร้านแบรนด์ไฮเอนด์เราอยากเป็นลูกค้าวีไอพีและอยากได้รับการทรีตแบบนั้น เราจึงเดินไปซื้อกระเป๋าแพงๆสักใบ เข็มขัด รองเท้า ให้พนักงานหันมาสนใจ มนุษย์เราแค่ต้องการอยากเป็นคนสำคัญ ทำให้ลูกค้าต้องการตัวเรา นี่คือกฎใหม่

            นอกจากเราต้องเห็นความสำคัญสำหรับตัวเราและตัวลูกค้า การเป็นนักเล่าเรื่องที่ดีก็มีความสำคัญเช่นกัน

 

พิธีกร:การจะเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จต้องเล่าเรื่องอย่างไร

เกรซ : นักขายก็คือนักพูด คุณสมบัติที่สำคัญคือ เป็นนักเล่าเรื่องที่ดี เพราะการเล่าเรื่องทำให้ผู้ฟังตั้งใจในสิ่งที่เราพูด เหมือนกับการดูหนัง การดูหนังของคนเรามักเลือกจากสิ่งที่เราชอบ ลองประเมินตัวลูกค้าว่าเป็นแบบใดและเล่าเรื่องแบบนั้น และเชื่อมโยงเกี่ยวกับสินค้านั้นให้ได้ ตัวเราต้องการดูหนังที่ตื่นเต้นท้าทาย ต้องมีอารมณ์ร่วม เรื่องเล่าจะทำให้เกิดสนทนาที่ราบรื่นและสนุกสนานมีรสชาติ จะทำให้ลูกค้ายากต่อการปฎิเสธ ต้องเล่าเพื่อสร้างความเชื่อถือต่อตัวเราและสินค้า ตัวอย่างเช่นจะขายรถคันหนึ่ง เราก็เล่าเรื่องว่า เจ้านายเราที่เป็นมหาเศรษฐีของเมืองไทยเขาใช้รถคันนี้ และดูไม่ให้เป็นการขายมากเกินไป ก็มีการออกนอกเรื่องไปเช่น เจ้านายขับรถคนนี้ไปตีกอล์ฟกับครอบครัวเขา เพื่อนเจ้านายที่สนามเขาก้หันมาซื้อรถคันนี้หลายคน เป็นการเล่าเรื่องให้ลูกค้าเพลินและถูกโน้มน้าว

            ฟังมาตั้งแต่ต้นทำให้รู้ว่า การขายมันมีเสน่ห์ และมีเทคนิคต่างๆ มากมายที่ไม่ได้ยากเกินที่จะทำ

 

ความลับการขายสุดยอดของตัวเองคืออะไร

เกรซ : มีคำพูดประโยคหนึ่งที่ยึดเป็นคติ ไม่ว่าจะทำอะไรในชีวิตคือ “ไม่สำคัญว่าขายอะไร แต่สำคัญว่าใครเป็นคนขาย” มันอาจจะไม่ใช่ What แต่มันคือ Who มันทำให้เราเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง ฉันคิดว่าเป็นคนที่เอาอยุ่ทุกคน ฉันเป็นคนที่ขายอะไรก็ได้ในโลกใบนี้  ฉันเป็นคนที่ทำอะไรก็ทำได้ยอดเยี่ยม เป็นหลักในการคิด อย่างไปขายปากกา ถ้าเป็นมืออาชีพจะพูดว่าไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมาก สิ่งเดียวที่รู้จักคือตัวฉัน ให้ขายอะไรก็บอกมา ฉันมีเสน่ห์ความมั่นใจและจิตวิทยา แต่กับคนที่ประหม่าจะถามว่า ลูกค้าเป็นใคร จะเป็นอย่างไร ความไม่กลัวไม่ได้เกิดจากทุกสิ่งที่ดูง่าย แต่มันเกิดจากmindsetของเรา

 

ปิดท้ายรายการ อยากให้พูดถึงหนังสือเล่มใหม่ล่าสุด

เกรซ : หนังสือเล่มนี้ SELLING SECRET ความลับของคนที่ขายทุกอย่างในโลกได้ เป็นหนังสือสอนจิตวิทยาการขายเล่มแรก ไม่เคยพรีเซ้นต์ตัวเองในแง่ของนักขายแต่ขายมาตลอดชีวิต ขายกับใครขายอะไรก็ได้ เครื่องมือที่ใช้มาตลอดชีวิตก็คือการขาย เป็นโอกาสอันดีทั้งสำนักพิมพ์และสิ่งที่ตัวเองได้สั่งสมประสบการณ์มา ทั้งเรื่องความลับของการขาย เป็นเรื่องของ mindset และ how-to ที่รวมอยู่ด้วยกัน เป็นเรื่องของเทคนิคและจิตวิทยา การพัฒนาการขายและพัฒนาตัวเองในทุกๆด้านรวมอยู่ด้วยกัน เล่มนี้ราคา 195 บาท คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน

 

Selling Secret ความลับของคนที่ขายอะไรก็สำเร็จ

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก

 

ใส่ความเห็น