5 คำสอนแสน Wonder จาก ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์

ปรากฏการณ์ ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์ เกิดขึ้นมาตั้งแต่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2012 แล้วติดอันดับ 1 New York Times Bestseller อยู่บนชั้นหนังสือนานข้ามปี และยังกวาดรางวัลวรรณกรรมอีกนับไม่ถ้วน กระแสฟีลกู้ดจากวรรณกรรมเยาวชนเล่มเล็กๆ ส่งผลให้เกิดโปรเจ็กต์ Wonder ขึ้นทั่วไป มีการระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นโรคเดียวกับออกัสต์ ตัวเอกในเรื่อง

นี่คือ 5 คำสอน แสน wonder ที่ปรากฏในสุดยอดวรรณกรรมเรื่องนี้

เมื่อต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความเมตตา

จงเลือกความเมตตา

ในชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์ นี่คือคติพจน์ประจำเดือนในชั่วโมงโฮมรูมที่มิสเตอร์บราวน์กำหนดขึ้นให้เด็กๆ พูดคุยและเขียนเรียงความเมื่อจบเดือน ไอเดียเรื่องการให้เด็กพูดคุยหรือครุ่นคิดเกี่ยวกับอุดมคติ หรือคติพจน์ประจำใจนี้เป็นวิธีที่ดีมากในการสอนให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องคุณธรรมความดีงาม แบบเป็นธรรมชาติ และคติพจน์นี้ของมิสเตอร์บราวน์ก็ช่างเป็นคำสอนที่แสนวิเศษที่ใช้ได้เสมอกับทุกสถานการณ์จริงๆ

 

จงรู้จักตัวเอง


คติพจน์อีกข้อที่สำคัญมากๆสำหรับเด็กๆ มิสเตอร์บราวน์ (อีกเช่นเคย) บอกเด็กๆในชั่วโมงโฮมรูมว่า การเรียนรู้ว่าเราเป็นคนอย่างไรคือสิ่งที่เราจะทำกันในโรงเรียน นี่คือแก่นแท้ของการศึกษาเลยนะว่ามั้ย โรงเรียนไม่ใช่เพียงสถานที่บรรจุวิชาการความรู้ให้เด็ก แต่ควรเป็นที่ที่เด็กจะได้ค้นหาคำตอบสำคัญๆในชีวิตจริง

 

สิ่งที่คุณทำคืออนุสาวรีย์ของตัวคุณเอง

ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์

ออกัสต์เขียนเรียงความเกี่ยวกับคติพจน์ข้อนี้ไว้ว่า

“คตินี้หมายความว่า เราควรได้รับการจดจำจากสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราทำสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด สำคัญกว่าสิ่งที่เราพูดหรือรูปร่างหน้าตาของเราเสียอีก สิ่งที่เราทำยังคงอยู่หลังเราตายไป สิ่งที่เราทำนั้นเป็นเหมือนอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูวีรบุรุษหลังจากเขาเสียชีวิต เหมือนพีระมิดที่ชาวอียิปต์สร้างเพื่อยกย่องฟาโรห์ แต่แทนที่จะสร้างขึ้นจากหิน อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นจากความทรงจำที่ผู้คนมีต่อคุณ”

 ในโลกนี้มีคนดีมากกว่าคนเลว

และคนดีจะปกป้องเราและดูแลกันและกัน

ออกัสต์


คำพูดที่แม่พูดไว้กับออกัสต์ในตอนท้ายๆเรื่อง ไม่รู้ว่า นี่เป็นสิ่งที่เธอได้เรียนรู้หรือเป็นความหวังของเธอกันแน่ เพราะก่อนจะมาถึงจุดนี้ เธอพูดกับพ่อออกัสต์ว่า “เราจะคอยปกป้องลูกตลอดไปไม่ได้หรอก เราต้องช่วยให้ลูกรับมือความจริงให้ได้” ในวันที่ตัดสินใจจะส่งออกัสต์เข้าโรงเรียนปกติ และเราคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีมากเลยละ

 

มีใจเมตตามากกว่าที่จำเป็น

ช่างเป็นประโยคที่วิเศษ เพราะการมีใจเมตตายังไม่เพียงพอ คนเราควรมีใจเมตตามากกว่าที่จำเป็น

บทสรุปสำคัญจากตัวละครสำคัญตัวหนึ่งในเรื่อง มิสเตอร์ทุชแมน ผู้อำนวยการโรงเรียน ตอกย้ำว่า มนุษย์เราไม่เพียงมีศักยภาพในการมีใจเมตตาอยู่ในตัวเรา แต่ยังมีความเมตตาในระดับเยี่ยมที่สุด! ความเมตตาเป็นสิ่งเรียบง่ายอย่างยิ่ง แค่เพียงคำพูดให้กำลังใจเมื่อถึงคราวจำเป็น การแสดงออกถึงมิตรภาพ ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ หรือรอยยิ้มที่ส่งให้กันก็อาจช่วยให้คนอีกคนหนึ่งผ่านวันเวลาเลวร้ายไปได้นะ

สามารถซื้อ  ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์ อ่านได้เลยจ้า
บทความอื่นๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *