5 ข้อน่ารู้ก่อนดู “Fifty Shade Freed” ปัจฉิมบทแห่งความเร่าร้อน

ตั้งแต่วันแรกที่แอนัสตาเชีย สตีล ล้มคะมำเข้าไปในห้องทำงานของมิสเตอร์เกรย์ จนถึงวันที่ความรักผลิบาน นำไปสู่เรื่องราวต่างๆ มากมาย ผ่านภาพยนตร์อีโรติกแห่งปี  Fifty Shade of Grey และ Fifty Shade Darker  ซึ่งสร้างจากนวนิยายไตรภาคชื่อดัง Fifty Shade ผลงานเขียนจาก อี. แอล. เจมส์ (E. L. James)  ความโรแมนติกอันหวานฉ่ำและความอีโรติกอันเร่าร้อนของทั้งสองกำลังจะมาถึงบทสรุปในบทสุดท้าย “Fifty Shade Freed” ซึ่งจะเข้าฉายต้อนรับเดือนแห่งความรักในช่วงวาเลนไทน์ปี 2018

 

Fifty Shades ความฝันในวัยเด็กของผู้เขียน

หลังจากทำงานในวงการโทรทัศน์มากว่า 25 ปี  อี. แอล. เจมส์ (E. L. James) หรือ Erika Mitchell ตัดสินใจผันตัวเองมาทำตามความฝันในวัยเด็ก นั่นคือการเขียนเรื่องราวให้คนอ่านแล้วหลงรัก ออกมาเป็น “ฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์ (Fifty Shades of Grey)” กับภาคต่ออีก 2 เล่ม “ฟิฟตี้เชดส์ดาร์กเกอร์ (Fifty Shades Darker)” และ “ฟิฟตี้เชดส์ฟรีด (Fifty Shades Freed)” นวนิยายไตรภาคที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 150 ล้านชุด แปลไปแล้ว 52 ภาษา

 

ปี 2012 เจมส์ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารไทม์ให้เป็น “หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดของโลก” และเป็น “หนึ่งในสิบบุคคลผู้เป็นที่ชื่นชอบที่สุดแห่งปี” จากการจัดอันดับโดย บาร์บาร่า วอลเตอร์ส อีกทั้งยังได้รับเลือกจากพับลิชเชอร์ส วีคลีย์ส ให้เป็น “บุคคลแห่งปี” เธอเดินหน้าทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายไตรภาคของเธอให้ ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์ ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิซไปทั่วโลกในปี 2015 รวมทั้งภาคต่อ ฟิฟตี้เชดส์ดาร์กเกอร์ ที่ฉายในปี 2017 ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ภาคจบของเรื่องฟิฟตี้เชดส์ฟรีด มีกำหนดฉายในปี 2018 นี้

หลังจากนั้นเธอออกหนังสือขายดีอีกเรื่องคือ “เกรย์ (Grey)” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์ ในมุมมองของคริสเตียน เกรย์  และในปี 2018 นี้ นิยายภาคต่อในมุมองของเกรย์ในชื่อ “ดาร์กเกอร์ (Darker)” ก็ได้วางขายแล้วเรียบร้อยทางฝั่งอเมริกาและอังกฤษ โดยฉบับภาษาไทยนั้น สำนักพิมพ์ Rose ได้ปล่อยฉบับทดลองอ่านมายั่วแฟนๆ เรียบร้อยแล้ว ส่วนหนังสือฉบับสมบูรณ์จะวางขายให้แฟนๆ ครอบครองในช่วงวาเลนไทน์ปี 2018 นี้แน่นอน

 

อ่าน Darker ฉบับทดลองอ่าน

 

ปัจจุบันเจมส์ อาศัยอยู่กับสามี เนียล เลเนิร์ด ผู้เป็นทั้งนักเขียนนิยายและนักเขียนบท กับลูกชายอีกสองคนและสุนัขอีกสองตัวในเวสต์ ลอนดอน ที่ๆ เธอยังคงเขียนนิยายเรื่องใหม่และผลิตงานภาพยนตร์ต่อไป

 

 

 

“Fifty Shades of Freed” & “Darker” are coming

ในปี 2018 นอกจากเราจะได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades of Freed ปัจฉิมบทจากนวนิยายอีโรติกแห่งยุคชุด Fifty Shades  แล้ว เจมส์ผู้เขียนก็ยังได้ปล่อยนิยายเล่มใหม่มาให้แฟนๆ ที่กำลังรอคอยภาคต่อของ “เกรย์ Grey” นิยายที่เล่าเรื่องในมุมมองของ คริสเตียน เกรย์ ภายในชื่อ “ดาร์กเกอร์ Darker”

 

ตัวอย่างภาพยนตร์ Fifty Shades of Freed

 

Darker วางขายฉบับภาษาอังกฤษไปแล้วที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2017 โดยผู้เขียนพูดถึงนิยายเล่มนี้ว่า เรื่องราวภายในหัวของมิสเตอรเกรย์นนั้นค่อนข้างยากที่จะอธิบาย แต่เมื่อตอนที่เธอได้เขียนมุมมองของเกรย์ผ่าน Darker เธอคิดว่า เธอได้เห็นอะไรใหม่ๆ ทั้งลักษณะนิสัยและแรงจูงใจต่างๆ ในตัวของคริสเตียน เกรย์ และเธอหวังว่านักอ่านจะเห็นอะไรแบบนี้เหมือนกันผ่านหนังสือเล่มนี้ด้วย

 

 

จาก Twilight สู่ Fifty Shades

เป็นที่รู้กันว่านวนิยายชุด Fifty Shades  จริงๆ แล้วมาจากแฟนฟิกชั่นของวรรณกรรมเยาวชนแฟนตาซีชื่อดังอย่าง Twilight  ซึ่งเขียนโดย สเตฟานี เมเยอร์  โดยเจมส์ใช้ชื่อเรื่องว่า “Master of the Universe” เป็นโลกคู่ขนานที่เบลล่า และเอ็ดเวิร์ดใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา โดยเอ็ดเวิร์ดเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่เบลล่าต้องไปสัมภาษณ์แทนเพื่อนทำให้ทั้งสองคนได้เจอกันเป็นครั้งแรก (แฟนๆ มิสเตอร์เกรย์จำฉากนี้ได้แม่นเลยใช่ไหมล่ะ)

หลังจากที่แฟนฟิกชั่นเรื่องนี้โด่งดังและได้รับการตีพิมพ์ เจมส์ก็ต้องเปลี่ยนชื่อตัวละครเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ในภายหลัง แม้สำนักพิมพ์ Vintage Books จะประกาศว่า Fifty Shades of Grey ไม่เหมือน Master of the Universe แต่มีคนเอาต้นฉบับสองเรื่องนี้มาเทียบกันและพบว่ามีเนื้อหาคล้ายกันถึง 89% เลยล่ะ

มิสเตอร์เกรย์และแอนัสตาเชีย เวอรชั่นแวมไพร์

 

นอกจากเบลล่าและเอ็ดเวิร์ดแล้ว ยังมีเจคอบ รักสามเศร้าของเบลล่าซึ่งพอมาเป็น Fifty Shades of Grey ก็กลายเป็นโฮเซ่ เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนของแอนา

 

 

Fifty Shades of Bans

แม้นวนิยายอีโรติกเรื่อง Fifty Shades of Grey จะกลายเป็นกระแสไปทั่วโลกในปี 2012 และยิ่งโด่งดังมากขึ้นในปี 2015 หลังภาพยนตร์ฉายออกไป แต่ก็มีหลายประเทศที่เห็นว่าเนื้อหาในเรื่องโดยเฉพาะฉบับภาพยนตร์ไม่เหมาะกับการเผยแพร่ในที่สาธารณะ

ห้องสมุดในรัฐฟลอริดา อเมริกา: ไม่ได้สั่งนิยายเรื่องนี้เข้าห้องสมุดโดยให้เหตุผลว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศและคะแนนรีวิวต่ำ หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและมีคนถามหานิยายเรื่องนี้เข้ามามาก ทำให้ห้องสมุดตัดสินใจบรรจุฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์เข้ามาในที่สุด

มาเลเซีย: ห้ามฉายภาพยนตร์ในปี 2015 เนื่องจากมีเนื้อหาทางเพศไปในทางซาดิสต์และเป็นภัยต่อศีลธรรม แม้ว่าจะทำการตัดฉากร่วมเพศรุนแรงออกไปแล้ว หลังจากนั้นสมาคมสิ่งพิมพ์ฯ ก็ตัดสินใจประกาศแบนฟิฟตี้เชดส์ฉบับนิยายแม้จะวางขายมาแล้ว 3 ปี โดยห้ามไม่ให้จำหน่าย ทำซ้ำ หรือแม้แต่ครอบครอง

อินเดีย: ห้ามฉายภาพยนตร์ แม้สตูดิโอหนังเสนอตัวขอตัดฉากล่อแหลมต่างๆ ออกไปแล้วก็ตาม แต่ไม่ได้ออกมาตรการแบนหนังสือ ทำหนังสือขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ติดท็อป 5 บนชาร์ต Amazon India ถึง 3 หมวดด้วยกัน

เคนย่า: ห้ามฉายภาพยนตร์ แต่ไม่ได้ชี้แจงเหตุผล ประเทศเคนย่าขึ้นชื่อเรื่องแบนสื่อล่อแหลมอยู่แล้ว แม้แต่หนังเรื่อง The Wolf of Wall Street ก็ถูกห้ามฉายเนื่องจากมีฉากใช้ยาเสพติดและฉากร่วมเพศที่รุนแรง

บราซิล: มีคำสั่งให้ร้านหนังสือในเมืองเก็บหนังสือลงจากชั้นทุกเล่มทุกภาค จะขายได้ก็ต่อเมื่อหนังสือแต่ละเล่มถูกห่อพลาสติกและเก็บไว้ให้ห่างจากเด็กและเยาวชน หลังมีคนเห็นว่าเด็กซื้อนิยายเรื่องนี้มาอ่าน

 

 

ประกอบฉากเร่าร้อนด้วยเพลงคลาสสิก

เจมส์เคยให้สัมภาษณ์ว่า ระหว่างที่เธอกำลังเขียนฉากอีโรติกเร่าร้อนระหว่างเกรย์และแอนานั้น เพลงบรรเลงคลาสสิกช่วยให้จินตนาการของเธอไปได้ไกลมากๆ เลยทีเดียว

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

 

ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกยุคศตวรรษที่ 16 จนถึงยุคสมัยใหม่  เช่น Pachalbel’s “Canon in D,” “Bailero” โดย Cantaloube’s Chants D’Auverne, Bach’s  หรือเพลง“Jesu, Joy of Man’s Dressing” and Tallis’s “Spem in Alium” ก็เป็นเพลงที่เธอฟังมันบ่อยๆ เหมือนกัน

เจมส์ยังบอกอีกว่า เพลงคลาสสิกนั้นมันเข้ากันดีกับฉากอีโรติกจริงๆ  เธอจึงเลือกเพลงที่เธอฟังนำมาใส่ในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์พิเศษ  ‘Fifty Shades Of Grey: The Classical Album’  และผู้กำกับก็ได้นำเพลงเหล่านี้ใส่ลงใน Sex Scene ฉบับภาพยนตร์ด้วย

 

 

แต่นอกเหนือจากนั้นเพลงจากศิลปินสมัยใหม่อย่าง Bruce Springsteen, the Black Eyed Peas, Frank Sinatra, Kings of Leon, และ Britney Spears ก็อยู่ในเพลย์ลิตส์ของเธอเมื่อต้องเขียนฉากเซ็กซี่เหล่านั้นด้วยเช่นกัน

 

Baby One More Time! ช่างเหมาะกับ Fifty Shades เหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *