4 พฤติกรรมที่ทำให้หายใจไม่สะดวก

หายใจไม่สะดวก หายใจได้ไม่เต็มปอด ชอบกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว รู้สึกว่าตัวเองหายใจถี่เกินไป บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเกิดอาการเหล่านี้มาจากพฤติกรรมที่ทำในชีวิตประจำวันอย่างเช่น การโหนรถเมล์ การเอื้อมหยิบของ ท่านั่ง ท่าหยิบจับสิ่งของต่างๆ ซึ่งหากทำบ่อยๆ เข้าก็จะทำให้เรารู้สึกหายใจไม่สะดวกหรือหายใจติดขัด

มาดูกันว่าจะมีพฤติกรรมแบบไหนบ้าง

ท่าจับมีดและล้างจาน

ลองสังเกตท่าทางการใช้มีดของตัวเองดูว่า ได้ออกแรงทั้งปลายนิ้ว ข้อศอก และหัวไหล่เพื่อหั่นอาหารทุกครั้งหรือไม่ เพราะถ้าเป็นผักเนื้อแข็งอย่างฟักทอง แครอตคงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การหั่นผักใบหรือหั่นแตงกวาทั่วไปคงไม่จำเป็นต้องใช้แรงอะไรมากนัก

และลองสังเกตท่าทางการล้างจานกันบ้าง เมื่อต้องออกแรงขัดคราบสกปรกที่จานออกจนหมด หรือจำเป็นต้องล้างให้เสร็จเร็วๆ ได้เผลอออกแรงที่มือมากเป็นพิเศษ แล้วเผลอกัดฟันโดยไม่รู้ตัวบ้างหรือเปล่า

เมื่อคุณจับมีดจนแน่น หรือขัดจานอย่างแรง ปลายนิ้วจะเกร็งตัว ลามไปยังข้อศอก แขน หัวไหล่ และร่างกายส่วนบน นอกจากนี้ยังทำให้บริเวณลำคอ ช่องท้อง ที่เป็นส่วนหนึ่งของทางเดินหายใจติดขัด หายใจไม่สะดวก หรือหายใจเข้า-ออกได้เพียงตื้นๆ เท่านั้น

เมื่อมีพฤติกรรมเหล่านี้เป็นประจำ จะรู้สึกเหนื่อยอ่อนหลังจากทำงานบ้าน และยังเป็นต้นเหตุของความเหนื่อยล้าและจุดเริ่มต้นของการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย

 

 

ก้มๆ เงยๆ ล้างห้องน้ำหรือดูดฝุ่น

การทำความสะอาด เช่น ดูดฝุ่น กวาดบ้าน ขัดห้องน้ำที่ต้องโน้มตัวไปด้านหน้า และก้มๆ เงยๆ จนกว่างานจะเสร็จ ทำให้ร่างกายส่วนบนโน้มไปด้านหน้าเป็นเวลานาน จนส่งผลกระทบต่อการหายใจเข้า-ออก อย่างมาก

ท่าทางแบบนี้ทำให้เลือดไหลลงศีรษะ และเกิดแรงกดทับบริเวณลำคอและท้องมากเกินไป จึงทำให้หายใจไม่สะดวกทันที

นอกจากนี้ การขัดห้องน้ำ หรือดูดฝุ่นในที่แคบๆ จำเป็นต้องออกแรงส่วนมือมากเป็นพิเศษ พร้อมกับการโน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่ย่อเข่า ร่างกายจึงเสียสมดุลและเกร็งไปทั้งตัว

เดินก้าวเท้ายาวๆ อย่างรวดเร็ว

ถ้าวันไหนที่ตื่นสาย หรือออกจากบ้านสายกว่าปกติ คงรีบเดินจ้ำอ้าวจนแทบลืมหายใจ ลองสังเกตท่าทางและการหายใจที่เกิดขึ้นขณะกำลังก้าวเท้ายาวๆ แล้วจะพบว่า ทุกครั้งที่ก้าวขาออกไป กระดูกเชิงกรานและช่องท้องช่วงล่างจะบิดไปทางซ้ายและขวาสุด จึงทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ส่งผลให้ลมหายใจเข้า-ออกไปไม่ถึงช่องท้องส่วนล่างได้เลย

และจะทำให้หายใจไม่สะดวกด้วย

ส่วนท่าเดินที่แอ่นหลังมากเกินไป จะทำให้กระดูกสันหลัง แขน ลำคอ และหัวไหล่รับแรงกดมากเกินไปจนหายใจได้ไม่เต็มปอด แต่ไม่ได้หมายความว่าการเดินหลังค่อมหรือการค้อมหลังจะเป็นการเดินที่ถูกต้อง เพียงแค่เลิกเดินแอ่นอกก็ช่วยให้หายใจสบายขึ้นมากแล้ว

 

เอื้อมมือหยิบของที่อยู่ไกลตัว

เมื่อต้องการหยิบรีโมตโทรทัศน์ที่วางอยู่อีกฟากหนึ่งของโต๊ะ วึ่งอยู่ในระยะที่เอื้อมไม่ถึง สถานการณ์นี้จะเกิดอะไรขึ้น ปกติเราจะประเมินว่าของอยู่ในระยะที่เอมถึงหรือไม่ และคิดหาวิธีหยิบของโดยไม่ต้องลุกไปหยิบถึงที่ นั่นคือการพยายามยืดลำตัวและเหยียดแขนไปให้ถึงรีโมตโดยไม่ลุกจากเก้าอี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การเอื้อมมือออกไปอย่างทุลักทุเลทำให้แขน หัวไหล่ และหน้าท้องเกร็งจนเกิดแรงกดอย่างรุนแรง ที่ทำให้รู้ว่ากำลังกลั้นหายใจชั่วขณะหนึ่ง

 

แม้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะไม่ส่งผลเสียให้ในทันที แต่ในภายภาคหน้าอาจเกิดโรคตามมาอีกหลายอย่าง เช่น ขาดออกซิเจน แน่นท้อง หายใจไม่ออก ฯลฯ ดังนั้นอย่าทำให้การหายใจสะดุด และควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติจะดีที่สุด

 

ข้อมูลจากหนังสือ โรคหายแน่ แค่แก้ลมหายใจ

หายใจไม่สะดวก

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่

 

ใส่ความเห็น