39 ปี 39 เล่ม รวมหนังสือซีไรต์ปี 2522 – 2560

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ที่รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือเรียกสั้นๆ ว่า รางวัลซีไรต์ ถือกำเนิดขึ้น จนถึงวันนี้ ประเทศไทยของเรามีหนังสือซีไรต์ทั้งสิ้น 39 เล่มที่ประทับตราดังกล่าวไว้บนปก ประกอบไปด้วยวรรณกรรม 3 ประเภท คือ นวนิยาย กวีนิพนธ์และรวมเรื่องสั้น อย่างที่ทราบกันดี

ก่อนจะถึงเล่มที่ 40 (?) อันเป็นคิวของนวนิยาย  จึงขอชวนและเชิญท่านมาย้อนอ่านทบทวนกันว่า มีผลงานเล่มใด ของนักเขียนคนใดบ้าง ที่ได้รับการประทับตราซีไรต์อันทรงเกียรติ์ไว้บนปก และหากจะให้สนุกไปกว่านั้น ระหว่างอ่านโปรดนับเล่นๆ ไปด้วยก็ได้ว่า ในจำนวนทั้งหมดที่ว่ามานี้ ท่านอ่านไปแล้วกี่เล่ม

ว่าแล้วก็เริ่มเลย…

ลูกอีสาน

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2522
ผู้แต่ง คำพูน บุญทวี
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์บรรณกิจ
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์โป๋ยเซียน

นวนิยายเรื่องลูกอีสาน สะท้อนภาพชีวิตของชาวอีสาน ผ่านเรื่องเล่าคล้ายสารคดีชีวิตผสมนวนิยายที่แพรวพราวไปด้วยชั้นเชิงวรรณศิลป์ งดงามด้วยสร้อยอักษร ฉายภาพวิถีชีวิตอันแร้นแค้นของชาวอีสานได้อย่างโปร่งใสบริสุทธิ์ ปราศจากน้ำเสียงที่แสดงความขมขื่น และไม่ได้พยายามตีแผ่ความชั่วร้ายของสังคม แต่ปลุกจิตสำนึกให้กับผู้อ่านโดยชี้ให้เห็นถึงแนวทางการเปลี่ยนแปลงของสังคม คุณค่าของเรื่องลูกอีสาน คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความยากลำบาก เพื่อก้าวผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต

นักวิจารณ์วรรณกรรมมีความเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้มิได้แฝงปรัชญา ไม่ได้แสดงวิจิตรศิลป์ตระการตาหรือตีแผ่สังคมแต่อย่างใด หากแต่ได้เล่าถึงวิถีชนบทอันเรียบง่าย ฉากต่างๆ ในท้องถิ่นของชาวอีสาน คำพูนเก็บมาร้อยเรียงได้อย่างออกรส ใช้ขนบของนิยายการเรียนรู้ เสนอภาพลักษณ์ของอีสานแตกต่างจากนิยายสัจจนิยมแสดงคุณค่าของความเป็นอีสานอย่างสมศักดิ์ศรี การอยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องการความสงสารซึ่งมักมาพร้อมคำดูถูก ทำให้ลูกอีสานเป็นนวนิยายที่ยืนยงมาถึงทุกวันนี้

 

เพียงความเคลื่อนไหว

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2523
ผู้แต่ง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์เจ้าพระยา
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย

เพียงความเคลื่อนไหว เป็นกวีนิพนธ์มุ่งนำเสนอความคิดทางการเมือง ต่อเหตุกาณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เรื่อยมาจนถึง 6 ตุลาคม พ.ศ 2519 มีลีลาและเนื้อหาสะทกสะท้อนใจ ปลุกเร้าอารมณ์ ชี้ให้เห็นถึงความตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง แฝงวิถีชีวิตพื้นบ้านเอาไว้มาก เป็นกวีนิพนธ์ที่มีคุณค่าทางภาษาอันงดงาม เปี่ยมไปด้วยพลัง ประกอบด้วยฉันทลักษ์อันไพเราะ และทัศนคติอันงดงามเรียบง่าย ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวและความตื่นตัวทางความคิด

คำประกาศของคณะกรรมการตัดสินเป็นเอกฉันท์ว่า เพียงความเคลื่อนไหว เป็นงานร่วมสมัย ซึ่งแสดงจิตสำนึกของชาติไทยยุคปัจจุบันได้ชัดเจนที่สุด มีเอกลักษณ์ในแง่ที่ว่า ได้รวมเรื่องเฉพาะยุคหรือเฉพาะแห่ง กับเรื่องของสากลเข้าไว้ด้วยกัน เสมือนเป็นบันทึกทางความคิด มุมมอง อารมณ์ ความรู้สึก ต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่ปรากฏขึ้น และด้วยความเป็นสากลของผลงาน แม้เวลาจะเปลี่ยนไป เนื้อหาก็ยังคงทันสมัย น่าอ่าน น่าพิจารณาบทกวีพร้อมๆ ไปกับสังคม

 

ขุนทอง…เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2524
ผู้แต่ง อัศศิริ ธรรมโชติ
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ พี.พี.
พิมพ์ครั้งล่าสุด แพรวสำนักพิมพ์
อัศศิริได้นำเค้าโครงบทกวีชื่อ “เพลงขลุ่ยเหนือทุ่งข้าว” ในหนังสือชุด “เพียงความเคลื่อนไหว” ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มาจินตนาการกับเหตุการณ์ต่อสู้ทางการเมืองยุค 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 ซึ่งคำว่า “ขุนทอง” หมายถึง เหล่าปัญญาชนคนหนุ่มสาว ซึ่งบ้างก็สูญหาย บ้างเสียชีวิต บ้างก็กลับมาพร้อมกับอุดมการณ์เต็มย่าม ขณะที่อีกไม่น้อยกลับมาเป็น “คนใหม่ ”
แต่ในห้วงที่อัศศิริเขียนนั้น สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ยังไม่รู้ว่าปัญญาชนคนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งหายไปไหน สิ่งที่ฟ้องร้องออกมาย่อมพุ่งเป้าไปหาผู้กุมอำนาจทางการเมืองไว้นั่นเองเรื่องสั้นของอัศศิริมีเนื้อความกระชับ ลักษณะเด่นคือการใช้ภาษาที่รัดกุมไพเราะ บางช่วงบางตอนราวกับบทกวี เป็นเหตุการณ์ทางการเมือง ประวัติศาสตร์และสังคม งานของอัศศิริไม่ใช่งานฝันหวาน แต่เป็นงานก่อให้เกิดความคิด ความรู้สึกใหม่ๆ ความจริง ความปลอม ความเงียบ ความสงสัย ซึ่งล้วนเป็นพลังในอาณาจักรวรรณกรรมของเรา ถือเป็นงานเขียนที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

คำพิพากษา

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2525
ผู้แต่ง ชาติ กอบจิตติ
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ต้นหมาก
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์หอน
ตัวเอกของเรื่องคือ ฟัก ลูกของตาฟู สัปเหร่อ เมื่อตาฟูตาย สมทรงเมียตาฟู แม่เลี้ยงของฟักกลายเป็นแม่ม่ายยังสาวที่ไม่ค่อยจะเต็มเต็ง ฟักเลยต้องดูแลแทนพ่อ จนถูกกล่าวหาว่าฟักได้กับแม่เลี้ยง ทั้งที่ฟักเป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่ได้ทำชั่วดั่งที่ถูกกล่าวหา แต่ด้วยความที่ฟักเป็นคนต่ำต้อยไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคม ส่งผลให้ฟัก ต้องติดคุก ถูกสังคมรังเกียจ สุดท้ายเขาต้องการจะเป็นอิสระจากข้อกล่าวหาของสังคม อิสระที่ว่านั่นก็คือความตายนั่นเอง “คำพิพากษา” เป็นการส่งสารที่รุนแรงมายังผู้อ่าน ทำให้สถานะความเป็นมนุษย์สั่นคลอน เป็นงานที่แสดงถึงภาวะของมนุษย์ในสภาพจนตรอกต่อสิ่งต่างๆ ได้ดีที่สุด เหมือนตัวละครที่ตกเป็นเบี้ยล่าง เป็นผู้แพ้ และถูกกดทับด้วยตัวละครที่เป็นกลไกทางสังคม ไม่ว่าเรื่องนั้นจะมีมูลความจริงหรือไม่ก็ตาม ทำให้ผู้ได้รับคำตัดสินต้องพบกับความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ

นาฏกรรมบนลานกว้าง

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2526
ผู้แต่ง คมทวน คันธนู
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ดอกหญ้า
พิมพ์ล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย
กวีนิพนธ์เนื้อหาเกาะเกี่ยวกับอยู่กับเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วง 14 ตุลาคม พ.ศ 2516 ถึง 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 บทกวีของคมทวนมีทั้งปลุกเร้า เรียกร้อง ตีแผ่ ให้กำลังใจ วิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างรุนแรง ดุดัน เสนอทรรศนะของตนเองต่อเหตุการณ์ทางการเมืองในสมัยนั้นด้วยบทกวีนาฏกรรมบนลานกว้าง เป็นการรวมบทกวีการเมืองโดยแท้ ไม่ว่าจะอ่านสำนวนใด จะได้สัมผัสทรรศนะอันเผ็ดร้อนของผู้เขียน ผ่านลีลาการเขียนที่ดุดัน ดุเดือด กระตุกกระตุ้นความฮึกเหิม ด้วยสร้อยสำนวนอันเป็นเอกลักษณ์และแพรวพราวไปด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์

 

ซอยเดียวกัน

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2527
ผู้แต่ง วาณิช จรุงกิจอนันต์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์อู่เพกา
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์บูรพาสาส์น
รวมเรื่องสั้น 15 เรื่องของ และบทกวี 1 ชุด ของ วาณิช จรุงกิจอนันต์ มีเนื้อหาสะท้อนสังคมอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา มีการเสียดชีวิตในเมืองหลวง ทั้งผู้คนที่เห็นแก่ตัว การดูถูกเหยียดหยามซึ่งกันและกัน ความวุ่นวายต่างๆ ซอยเดียวกันเป็นหนังสือที่วาณิชตั้งใจเขียนขึ้นมาเป็นอย่างมาก เขาเคยกล่าวว่า “ผมเขียนหนังสือรวมพิมพ์เป็นเล่มมาแล้วหลายเล่ม แต่กล่าวได้ว่าเล่มที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นนักเขียนโดยสมบูรณ์คือเล่มนี้ เล่มที่ให้ชื่อว่าซอยเดียวกันนี้”
ซอยเดียวกันได้รับความนิยมจากคนอ่าน ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ และนักเขียน ในบางทรรศนะของนักเขียนรุ่นใหม่ถึงกับยอมรับซอยเดียวกันว่าเปรียบเสมือนครูบาอาจารย์ของการสร้างสรรค์ผลงานในสมัยนั้น เนื่องจากมีกลวิธีการเขียนที่แปลกใหม่ มีความเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง มีคุณค่าทางวรรณศิลป์อย่างแท้จริง

 

ปูนปิดทอง

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2528
ผู้แต่ง กฤษณา อโศกสิน
พิมพ์ครั้งแรก ดับเบิลนายย์
พิมพ์ครั้งล่าสุด เพื่อนดี
นวนิยายปูนปิดทองกล่าวถึงคนสองคน สองเมืองและบาลี ทั้งคู่เกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้าง เมื่อทั้งคู่โตเป็นผู้ใหญ่ บาลีได้ศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก และชักจูงให้สองเมืองลืมความขมขื่นใจที่เคยเกิดขึ้น ทำให้สองเมืองเกิดความรักต่อบาลี และทั้งคู่ก็มั่นใจว่าชีวิตพวกเขาทั้งสองจะไม่เหมือนกับที่พ่อกับแม่ของตนเคยเป็นทั้งคู่สามารถเป็นพ่อแม่ที่เป็นตัวอย่างที่ดีได้ ไม่ใช่เป็นเพียงรูปหล่อปูนที่ปิดด้วยทอง ซึ่งไม่ได้มีค่าอะไร
“ปูนปิดทอง” นวนิยายที่กฤษณา อโศกสิน กระเทาะคราบทองของผู้เป็นพ่อแม่ เกี่ยวกับปัญหาของครอบครัวไทยในสังคมใหญ่ การเลี้ยงดูที่ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ส่งผลต่อเด็กที่เติบโตมา เป็นนวนิยายที่สร้างสรรค์เนื้อเรื่องให้เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ด้วยความงดงามของชีวิตโดยใช้ความเลวร้ายมาเปรียบเทียบ ทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีร่วมกัน

ปณิธานกวี

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2529
ผู้แต่ง อังคาร กัลยาณพงศ์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์กะรัต
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ศยาม
ปณิธานกวี เป็นหนังสือรวมกวีนิพนธ์ของ อังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นบทกวีที่มีเอกลักษณ์สวยงาม มีลักษณะเฉพาะตัวเหมือนกับตัวผู้เขียนที่มีนิสัย รักธรรมชาติ รักอิสระเสรี ศรัทธาในพระธรรม บทประพันธ์ทุกบท จะสะท้อนชีวิตวิญญาญ คติชีวิต ปรัชญาและสัจธรรม ด้วยกลวิธีศิลปะการร้อยกรองอันงดงามชาญฉลาดปณิธานกวีของ
อังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นกวีนิพนธ์ที่มีลักษณะแต่งเป็นโคลง กลอนและกาพย์ เป็นงานที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางวรรณศิลป์ เพราะมีความเด่นในการสรรใช้คำ ทำให้เกิดจินตนาการลึกซึ้งและกว้างขวาง กลวิธีการประพันธ์มีลักษณะเฉพาะตัวประสานขนบเก่ากับทัศนคติที่มีต่อสังคมในยุคสมัยนั้นได้อย่างแนบเนียน

ก่อกองทราย

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2530
ผู้แต่ง ไพฑูรย์ ธัญญา
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์สุขภาพใจ
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์นาคร
เรื่องสั้นชุด ก่อกองทราย สะท้อนปัญหาและแง่มุมต่างๆ ของชีวิตในหลายเรื่อง แสดงให้เห็นถึงชีวิตและธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสากล ดังเช่นมนุษย์ทั่วไปในโลกพึงจะเป็น และในขณะเดียวกันก็มีสีสันของท้องถิ่นและความเป็นไทย ทั้งในด้านถ้อยคำและการใช้ฉากอันเป็นท้องเรื่องอย่างความเชื่อท้องถิ่นของชาวบ้าน การเล่าเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงสัจธรรมชีวิตอย่างชัดเจนผลงานของไพฑูรย์โดดเด่นด้านการใช้ภาษา ภาษามีความงดงาม ไม่ว่าจะบรรยายอารมณ์ความรู้สึก ฉากหลังหรือตัวละคร สามารถเรียบเรียงออกมาให้ผู้อ่านเห็นภาพจน์ เห็นถึงความประณีตบรรจง ซึ่งไพฑูรย์ใช้พื้นฐานมาจากการเป็นครูสอนภาษาไทย และเคยผ่านงานบทกวีมาก่อน

ตลิ่งสูงซุงหนัก

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2531
ผู้แต่ง นิคม รายยวา
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ต้นหมาก
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์รูปรวี

ตัวเอกของเรื่องคือ คำงาย หนุ่มใหญ่ที่มีความรักและผูกพันกับช้างชื่อ พรายสุด ซึ่งเติบโตและเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ พอเติบโตขึ้นมาทั้งสองจึงเปรียบเสมือนคนๆ เดียวกัน จนชาวบ้านถึงกับเอ่ยปากว่า “เห็นคำงายที่ไหน ก็เห็นพลายสุดที่นั่นแหละ”

ตลิ่งสูง ซุงหนัก เป็นเรื่องของคนผู้แสวงหาความหมายและคุณค่าของการมีชีวิต เราต้องหาเอง ในขบวนการแสวงหานั้น คนเรามัวแต่รักษาซากที่ไม่มีชีวิต ไม่เคยรักษาชีวิตที่อยู่ในซากเลย คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว ดังนั้นความหมายที่แท้จริงของชีวิตอยู่ที่การดำรงอยู่ ความเข้าใจต่อธรรมชาติ มิใช่เงินตราหรือวัตถุ ที่คนในสมัยนี้มักสะสมไว้เต็มบ้านเต็มเมือง

 

ใบไม้ที่หายไป

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2532
ผู้แต่ง จิระนันท์ พิตรปรีชา
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์อ่านไทย
พิมพ์ครั้งล่าสุด แพรวสำนักพิมพ์

สั่งซื้อหนังสือ คลิกที่นี่

จิระนันท์ พิตรปรีชา เคยเป็นอดีตแกนนำนักศึกษา ร่วมโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยของศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย (ศสป.) ในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ 2516 เธอได้มีบทบาทในการแต่งคำประพันธ์เพื่ออ่านบนเวทีการชุมนุมเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้แรงงานและกลุ่มสตรีต่างๆ ในยุคที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน และหลังจากเกิด 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ต้องหนีเข้าป่าไปเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดย จิระนันท์ พิตรปรีชา มีชื่อที่ใช้เรียกในป่าว่า สหายใบไม้ หลังจากออกจากป่ามา เธอได้เขียนบันทึกชีวิตของเธอตั้งแต่สมัยที่เธอยังป็นนักศึกษาเป็นเชิงกวีนิพนธ์รวมเล่ม ออกมาจนกลายเป็นชื่อ ใบไม้ที่หายไป

สาระของบันทึกนี้มีทั้งความใฝ่ฝัน ปรัชญาชีวิต และอุดมการณ์ของคนหนุ่มสาว และตัวผู้เขียนเองได้ปฏิบัติตามอุดมการณ์นั้นอย่างถึงที่สุด จึงได้พบว่าทุกชีวิตเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ดังเช่น ชีวิตของผู้เป็นแม่นั้น ไม่เพียงแต่กำหนดอนาคตของลูกเท่านั้น หากรวมทั้งชีวิตของตนเองและผู้ใกล้ชิดอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วบทกวีเหล่านี้ยังมีคุณค่าในด้านการปลุกสำนึกของสังคมเกี่ยวกับฐานะและบทบาทใหม่ของผู้หญิงอีกด้วย

อัญมณีแห่งชีวิต

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2533
ผู้แต่ง อัญชัน
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ภูผา
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ภูผา

อัญมณีแห่งชีวิต เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ผู้เขียนได้มาจากประสบการณ์ของตนเอง จากคำบอกเล่า เพื่อให้ทราบถึงมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ กิเลส อารมณ์ ความรัก ความกลัวและความชิงชัง สิ่งเหล่านี้จะจมอยู่กับตัวละคร ในเรื่องที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น แต่ละเรื่องสะท้อนภาพสังคม ปัญหาสังคม ครอบครัวและปัญหาอันเป็นเรื่องของแต่ละคน คนใดคนหนึ่ง ซึ่งอาจล้มเหลว ผิดหวัง หรือสมหวังก็ได้อัญชัน เสนอแนวคิดเหล่านี้โดยใช้กลประพันธ์ที่แยบยลสอดคล้องกับเนื้อหา มีลีลาเฉพาะตัวที่ละเอียด ประณีต ลึกซึ้ง และละเมียดละไม ภาษาที่ใช้ให้จินตนาการชัดเจน สร้างบรรยากาศและอารมณ์หลากหลาย ทั้งอ่อนหวาน เศร้า กร้าวแกร่ง โหดร้าย แม้กระทั่งสยอง และให้เห็นถึงวัฏจักรแห่งชีวิตอันเป็นสัจธรรม

เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2534
ผู้แต่ง มาลา คำจันทร์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์คณาธรบุ๊ค
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์เคล็ดไทย

นวนิยายพูดถึงเจ้าหญิงล้านนา ภาษาที่ใช้ส่วนมากเป็นภาษาล้านนาเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่อง แต่ผู้เขียนได้บอกความหมายของคำเหล่านั้นไว้ด้วย โครงเรื่องเป็นเรื่องของเจ้าหญิงที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก แต่นางมีความศรัทธาในองค์พระธาตุอินทร์แขวน นางจึงเดินทางไปนมัสการและอธิษฐานว่าจะสมหวังหรือไม่สมหวังขอให้พระธาตุแสดงเหตุให้จนกระทั่งนางถึงที่หมาย นางจึงประจักษ์ถึงสัจธรรมของชีวิต เห็นความแตกต่างระหว่างความจริงแท้กับภาพมายา ก่อนจะตัดสินใจครั้งสุดท้าย

จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่มาลา คำจันทร์ สามารถเล่าเรื่องด้วยกลการประพันธ์หลากหลาย เช่น การประยุกต์ขนบวรรณกรรมทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างผสมกลมกลืน การดำเนินเรื่องโดยใช้ขนบของนิราศและวรรณคดีเก่าของล้านนามาสานสอดเหตุการณ์ในเรื่อง ได้อย่างลงตัวและสวยงามแบบล้านนา

เร็วๆ นี้มาลา คำจันทร์กำลังจะมีผลงานใหม่ล่าสุดกับแพรวสำนักพิมพ์ ชื่อว่า “กงฟ้าลี้”

มือนั้นสีขาว

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2535
ผู้แต่ง ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ย่ามหนังสือสีขาว
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์สามัญชน
หนังสือ มือนั้นสีขาว รวบรวมบทกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่ของศักดิ์สิริ มีสมสืบ ที่มีลักษณะสร้างสรรค์ทั้งความคิดและวิธีการนำเสนอที่โดดเด่น มุ่งแสดงอุดมคติอันเชิดชูคุณค่าความบริสุทธิ์และความมีน้ำใจของมนุษย์ผ่านบทกวีที่พูดถึงบุคคลสมมุติ ระหว่างวัยเด็กอันไร้เดียงสากับผู้ใหญ่ที่ถูกครอบนำจากกฏเกณฑ์ในสังคม แต่ละบทสามารถตีความได้กว้างขวาง ลึกซึ้งด้วยกลการประพันธ์ที่เฉียบคม เข้ากับผู้อ่านได้ทุกเพศทุกวัยศักดิ์สิริ มีสมสืบ สรรค์สร้างฉันทลักษณ์ขึ้นมาใหม่ จากความรุ่มร่วยของฉันทลักษณ์ไทยแต่เดิม มีรูปแบบเป็นธรรมชาติสอดคล้องกับเนื้อหา คำที่สรรใช้เป็นคำง่าย เรียงร้อยอย่างมีจังหวะ สร้างลำนำอันทรงพลัง ให้จินตภาพที่ชัดเจน สื่อความคิดของกวี กระทบอารมณ์และเร้าความคิดของผู้อ่าน ให้ผู้อ่านเห็นว่า โลกอาจสงบงดงามได้ด้วยน้ำใจอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ด้วยกันเอง

ครอบครัวกลางถนน

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2536
ผู้แต่ง ศิลา โคมฉาย
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์มิ่งมิตร
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย
รวมเรื่องสั้นสะท้อนชีวิตของชนชั้นกลางในเมืองกรุง ที่ต้องพยายามดิ้นรนต่อสู้กับสภาพความเป็นอยู่แบบปากกัดตีนถีบ ดิ้นรนจากการบีบคั้นในการทำมาหากิน การแข่งขันในชั้นเชิงธุรกิจ ไปจนถึงการจราจรที่แสนติดขัด ฉายภาพกว้างให้เห็นถึงชะตากรรมที่คนในเมืองจะต้องเผชิญร่วมกัน พร้อมกับถ่ายทอดความคิดประชดประชันสังคมอย่างรุนแรงศิลา โคมฉาย ใช้ความหลักแหลมแยบยล สรรค์สร้างผลงานขึ้นมาจากความเข้าใจชีวิตและสังคมรอบตัว โดยมีลีลาการเขียนที่สมบูรณ์ ด้วยกลวิธีทางวรรณศิลป์ ใช้สำนวนโวหารในการสร้างบรรยากาศและจินตภาพ ทำให้ผู้อ่านสามารถสัมผัสอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง

เวลา

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2537
ผู้แต่ง ชาติ กอบจิตติ
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์หอน
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์หอน
เรื่อง “เวลา” นำเสนอเรื่องราวของคนแก่ในสถานสงเคราะห์คนชรา โดยหยิบเอาธรรมชาติของคนขี้หลงขี้ลืมและขี้เหงามาบอกกล่าว ด้วยกลวิธีการเขียนแบบใหม่คือเทคนิคของภาพยนตร์ ผสมกับการนำเสนอแบบละครเวที ซึ่งแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ของ ชาติ มาจากตอนที่ไปดูละครเวทีของนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่กำลังลาโรง โดยนักวิจารณ์ในสมัยนั้นกล่าวว่าเป็นละครเวทีที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปี และเป็นละครเวทีที่เกี่ยวกับคนแก่ในบ้านพักคนชรา ทั้งๆ ที่กลุ่มผู้สร้างเป็นเพียงนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ
ชาติ กอบจิตติ ได้เสนอเรื่องราวที่มีความสร้างสรรค์ ใช้กลวิธีใหม่ๆ ประสมประสานสื่อระหว่างศิลปะของภาพยนตร์ละครและวรรณศิลป์ได้อย่างกลมกลืน โดยเสนอผ่านสายตาและความคิดของผู้ดูละครคนหนึ่งซึ่งเป็นนักสร้างภาพยนตร์ กลวิธีนี้ทำให้การดำเนินเรื่องน่าสนใจ มองได้หลายแง่มุม ตัวละครมีลักษณะเด่น มีสีสันและมีชีวิตชีวา สารของเรื่องนี้จึงมีพลังกระทบผู้อ่านให้ตระหนักถึงความว่างเปล่าของชีวิตที่มนุษย์หลงยึดติดอยู่

ม้าก้านกล้วย

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2538
ผู้แต่ง ไพวรินทร์ ขาวงาม
พิมพ์ครั้งแรก แพรวสำนักพิมพ์
พิมพ์ครั้งล่าสุด แพรวสำนักพิมพ์

สั่งซื้อหนังสือ คลิกที่นี่

“ม้าก้านกล้วย” เป็นนิราศแรมร้างจากฝันของมนุษย์ร่วมสมัยที่ต้องผจญกับความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วหลากหลาย มนุษย์ผู้ต้องรับสภาพความเสื่อมสลายของอุดมคติเดิม แต่มนุษย์ย่อมมีปัญญาอันเข้มแข็งพอที่จะผ่านวันเวลาอันเจ็บปวดเหล่านี้ และใช้ความฝันของตนสร้าง “อุดมคติ” ใหม่อันงดงามกว่าเดิมขึ้นมา 

บทกวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัยในม้าก้านกล้วยยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังชีวิตและจิตใจของคนชนบทเข้าสู่เมือง ด้วยความใฝ่ฝันและความหวังถึงชีวิตที่ดีกว่า และได้กลายเป็นพลังอันสำคัญสร้างสรรค์สังคม ซึ่งแม้คนชนบทจะพบกับชีวิตแปลกแยกในสังคม แต่ความผูกพันโหยหาชีวิตในถิ่นเดิมก็เป็นพลังให้คนชนบทมีชีวิตยืนหยัดอยู่ได้

แผ่นดินอื่น

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2539
ผู้แต่ง กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์นาคร
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์นาคร

เรื่องสั้นมีเนื้อหาเข้มข้น เต็มไปด้วยเลือดเนื้อ จิตวิญญาญ มีกลิ่นอายบรรยากาศของท้องถิ่น สะท้อนปัญหาชีวิตสังคมถึงในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัวและสังคม นำเสนอวิถีชีวิตที่หลากหลายด้วยแนวชาตินิยม สะท้อนชีวิต ความเชื่อ คุณค่าและคตินิยมพื้นถิ่นอย่างลึกซึ้งและแหลมคม ให้เห็นว่าแม้ในสังคมต่างวัฒนธรรม ต่างความเชื่อ มนุษย์ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยไมตรีสัมพันธ์

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ดำเนินเรื่องด้วยกลวิธีการเขียนที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน ให้ใคร่รู้ใคร่ติดตาม และนำไปสู่จุดหมายที่เป็นเอกภาพ โดยไม่ละเลยที่จะสอดแทรกปัญหาและแง่มุมของชีวิต แผ่นดินอื่นเป็นการบันทึกความขัดแย้งของสังคมในอดีต ทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจและวัฒธรรม รวมถึงปัญหาของสังคมร่วมสมัย

 

ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน 

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2540
ผู้แต่ง วินทร์ เลียววาริณ
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ดอกหญ้า
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ 113
นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดยมีท้องเรื่องและเหตุการณ์ในช่วงเวลา 60 ปี ของระบอบการเมืองการปกครองทีเรียกกันว่า “ประชาธิปไตย” วินทร์ เลียววาริณ ใช้จินตนาการสร้างตัวละครเอกขึ้นสองตัว โดยกำหนดให้ตัวละครตัวหนึ่งอยู่ในระบบและตัวละครอีกตัวนึ่งอยู่นอกระบบ ซึ่งตัวละครทั้งสองต่างต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตามอุดมการณ์ของตน ภายในกรอบจำกัดและเงื่อนไขของสังคม
วินทร์ เลียววาริณ ใช้ชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ เรียงร้อยเหตุการณ์และบุคคลจริงอย่างผสมผสานกลมกลืน ผ่านความคิดคำนึงและบทสนทนาของสองตัวละครเอก ผู้เป็นเสมือนตัวแทนของคนในชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางการเมือง ตั้งแต่เริ่มการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน

ในเวลา

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2541
ผู้แต่ง แรคำ ประโดยคำ
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์รูปจันทร์
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย
เนื้อหาของบทกวี บรรยายถึงภาวะภายในของคนเมื่อเผชิญกับสิ่งเร้ารอบๆ ตัวแล้วมีการตอบสนอง “ในเวลา” เริ่มต้นด้วยเวลาค่ำ ตามมาด้วยเวลาดึก สาย บ่าย เย็น แล้วจบลงด้วยเวลาพลบค่ำอีกครั้ง เทียบเวลาวันหนึ่งเปรียบเทียบกับช่วงชีวิตของคนที่ผ่านช่วงเวลาต่างๆ ร้อนหนาวเช่นกับดวงอาทิตย์ เริ่มตอนรุ่งอรุณสู่เที่ยงจนถึงเวลาเย็นแล้ว “ดับแล้วลาสารพัด” ในเวลาค่ำหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ ในเวลา แสดงความคิดเห็นได้อย่างหลักแหลม ด้วยเนื้อหาหลากหลาย โดยกวีสามารถจับจังหวะลีลาของโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่ายมาเรียงร้อยให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของกวีอย่างช่ำชอง สร้างจินตภาพกระทบอารมณ์และให้ความรู้สึกลึกซึ้งแก่ผู้อ่าน

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2542
ผู้แต่ง วินทร์ เลียววาริณ
พิมพ์ครั้งแรก ดับเบิ้ลนายน์พริ้นติ้ง
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ 113

รวมเรื่องสั้น สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ของ วินทร์ เลียววารริณ เขียนเชิงวิเคราะถึงความเป็นมนุษย์ที่มีพฤติกรรมและสัญชาตญาณที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ความรู้สึก อุปนิสัย ความต้องการ โดย วินทร์ เลียววาริณ ต้องการจะสื่อให้เห็นถึงสิ่งที่หล่อหลอมคนเรามาตั้งแต่เด็ก และส่งผลมาจนถึงตอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในตามสภาวะของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางสังคมงานเขียนชุดนี้มีสองส่วนคือ บทความและเรื่องสั้น ซึ่งต่างเสริมซึ่งกันและกันอย่างกลมกลืนมีเอกภาพ นับเป็นมิติใหม่ของงานเขียนร่วมสมัย แต่ยังคงเป็นศิลปะของความเป็นเรื่องสั้นที่สามารถสื่อเรื่องราวและความคิดที่ซับซ้อนลึกซึ้ง ด้วยอรรถรสที่สร้างอารมณ์และความรู้สึกให้กับผู้อ่านได้ชัดเจน

อมตะ

หนังสือซีไรต์ (นวนิยายซีไรต์) ปี 2543
ผู้แต่ง วิมล ไทรนิ่มนวล
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์สยามประเทศ
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์สามัญชน 

“อมตะ” เป็นนวนิยายที่นำเสนอประเด็นวิวาทะระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศีลธรรมกับสัญชาตญาญเถื่อน เป็นแก่นหรือแกนหลัก และยังมีประเด็นรองๆ อีกหลายเรื่อง เช่นความรักกับความแค้น ธุรกิจการค้ากับความเป็นมนุษย์ การต่อสู้กับการยอมจำนน อิสรภาพกับการจองจำ ทั้งในระดับกายและจิตวิญญาญ ตลอดจนอีกหลายประเด็นที่ล้วนท้าทายความคิดอย่างยิ่งจุดเด่นของนวนิยายอมตะ คือ การที่ผู้เขียนสามารถนำประเด็น ที่คาดการณ์ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งในอนาคต มาผูกเรื่องและสร้างตัวละครที่เปรียบเสมือนตัวแทนทางความคิดความเชื่อได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม เพิ่มสีสันด้วยกลวิธีเสียดสีและวิพากษ์วิจารณ์สังคม สร้างความสะเทือนใจและกระตุ้นให้ตระหนักถึงปัญหาที่มนุษยชาติเผชิญร่วมกัน ท้าทายให้ขบคิดว่า อะไรคือความเป็นมนุษย์ อะไรคือความเป็นอมตะ

 

บ้านเก่า

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2544
ผู้แต่ง โชคชัย บัณฑิต’
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์รูปจันทร์
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย

รวมบทกวี บ้านเก่า ของ โชคชัย บัณฑิต’ เรียงร้อยจากประสบการณ์และสิ่งธรรมดาสามัญรอบตัวซึ่งคนทั่วไปอาจมองข้าม ด้วยสัมผัสที่ละเอียดอ่อน จากมุมมองเฉพาะตัวที่โดดเด่น โดยมีภาพ “บ้านเก่า” ซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมเป็นพื้นฉาก เกี่ยวกับกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่รุกเข้ามาลบภาพ “บ้านเก่า” ไปทีละน้อยบทกวีนิพนธ์ “บ้านเก่า” มีความโดดเด่นในกลวิธีทางวรรณศิลป์ โดยเฉพาะการนำสิ่งตรงกันข้าม รือคล้ายคลึงมาเชื่อมโยงทาบเทียบกัน และด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกับท่าทีที่ท้าทายความคิดของผู้อ่าน สามารถสื่อสิ่งที่กวีต้องการจะถ่ายทอดได้อย่างชัดเจน

ความน่าจะเป็น

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2545
ผู้แต่ง ปราบดา หยุ่น
พิมพ์ครั้งแรก แพรวสุดสัปดาห์
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น

ความน่าจะเป็น รวมเรื่องสั้นที่แสดงความคิดของคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองต่อโลกแตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งปราบดาใช้หลักการ ทางคณิตศาสตร์ สถิติศาสตร์ การเงิน การพนัน วิทยาศาสตร์ มารวมกับความสร้างสรรค์ทางการเขียนของเขาจนกลายมาเป็นเรื่องสั้นที่ตั้งคำถามต่อสังคมในหลายแง่มุม ซึ่งคนส่วนมากมักไม่สามารถหาคำตอบได้ หนังสือของปราบดาจึงเปรียบเสมือนตัวแทนทางความคิดของคนรุ่นใหม่ในสังคมความน่าจะเป็น สามารถแสดงความสร้างสรรค์ในการนำเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง มาเขียนให้เป็นเรื่องที่น่าขบคิดหรือตั้งคำถามโดยไม่ให้คำตอบ เรื่องสั้นในหนังสือความน่าจะเป็นนี้ มีลีลาและกลวิธีการเขียนเฉพาะตัวและมีความหลากหลายแปลกใหม่ในด้านกลวิธีและขนบวรรณศิลป์ นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นในด้านการเล่นกับภาษาอย่างมีรากฐานทางวัฒธรรม

 

ช่างสำราญ

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2546
ผู้แต่ง เดือนวาด พิมวนา
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์สามัญชน
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์สามัญชน

นวนิยายแสดงภาพชีวิตของเด็กบ้านแตกคือเด็กชาย กำพล ช่างสำราญ ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในชุมชนห้องแถวคุณแม่ทองจันทร์เพราะแม่มีชู้ พ่อหอบน้องหนีเงียบหายไป กำพลต้องกลายเป็นเด็กจรจัด อยู่อย่างไร้สาระและไร้ความหวัง แต่เพราะความเอื้ออาทรของชาวบ้าน เขาจึงไม่ต้องเร่ร่อนไปไหน คอยอาศัยเข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้ มีผู้ปกครองหลายคน เปรียบเสมือนภาพจำลองของชุมชนมนุษย์บนโลกกลมๆ ผ่านชีวิตของเด็กชายธรรมดาคนหนึ่งเสน่ห์ของเรื่องช่างสำราญอยู่ที่ความช่างคิดช่างค้นของผู้เขียน นำเอาเหลี่ยมมุมต่างๆ มาร้อยเรียงใหม่ ทำให้น่าอ่านน่าติดตาม ความเป็นเรื่องเป็นราวของสังคมไทย ที่แสดงออกถึงความไม่แล้งน้ำใจ และความเอื้ออาทรที่มีต่อกัน เพราะแท้จริงแล้วมนุษย์มีความดีความงามซ่อนอยู่ และไม่ใช่เรื่องยาก ที่มนุษย์จะทำให้โลกเกิดสันติสุข เกิดสังคมอุดมคติได้สักวันหนึ่ง

แม่น้ำรำลึก

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2547
ผู้แต่ง เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ดวงใจ
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย

กวีนิพนธ์ แม่น้ำรำลึก รำลึกความหลังของชายชรา ที่รำลึกถึงชีวิตในวัยเยาว์ ซึ่งรำลึกย้อนผ่านสถานที่ ผู้คน สรรพสิ่งรอบตัว สามารถให้ภาพของการฟื้นความหลังได้อย่างงดงาม มีทั้งสิ่งที่สร้างขึ้นมาจากจินตนาการและจากประสบการณ์ของตัวเอง โดยในหนังสือประกอบด้วยบทกวีที่เล่าถึง ความฝัน ความสุข ความทุกข์ ในช่วงเวลาต่างๆ เหมือนนำชิ้นส่วนภาพของชีวิตมาประติดประต่อกันอย่างสวยงามด้วยศิลปะการประพันธ์แต่ละบทมีความสมบูรณ์ในตัวเองและเรียงร้อยเป็นโครงเรื่องที่มีเอกภาพ มีภาพชีวิตวัยเยาว์เป็นบทนำ ต่อด้วยวัยชราเป็นบทส่งท้าย ใช้วิธีหลากหลายในการนำเสนอ สื่อให้เห็นว่ามนุษย์ล้วนมีความฝันต้องไขว่คว้า แต่ความหมายที่แท้จริง ของชีวิตกลับอยู่ที่ประสบการณ์วัยเยาว์อันเป็นพลังหล่อเลี้ยงชีวิตในปัจจุบัน

เจ้าหงิญ

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2548
ผู้แต่ง บินหลา สันกาลาคีรี 
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์มติชน
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ไรท์เตอร์

เจ้าหงิญ เป็นการนำโลกในจินตนาการมาผสมกับโลกความเป็นจริงได้อย่างลงตัวในรูปแบบนิทาน โดยในเรื่องจะพูดถึงคุณค่าและการแสวงหาความสุขในชีวิต แต่ด้วยความเขลาของมนุษย์จึงดิ้นรนและตกอยู่ในห้วงมายา ในที่สุด ผู้อ่านจะได้รับรู้ว่าในโลกของความเป็นจริงนั้น มีหลายทางเลือกที่จะไปสู่วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและพอดีรวมเรื่องสั้น 8 เรื่องในเจ้าหงิญอาจอ่านแยกกันเป็นเรื่องๆ แต่ด้วยการเรียงร้อยเข้าด้วยกัน ทำให้เรื่องสั้นแต่ละเรื่องกลายเป็นเรื่องสั้นในเรื่องยาว เป็นนิทานซ้อนนิทานที่เรื่องต้นกับเรื่องท้ายมาบรรจบกันอย่างแนบเนียน ด้วยการประพันธ์สร้างตัวละครหลากหลาย ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ แบบนิทานเปรียบเทียบที่อุดมด้วยสีสันรวมทั้งการเล่นคำ โดยเฉพาะชื่อ “เจ้าหงิญ” ที่สื่อความหลายนัยและอารมณ์ขัน มีลีลาภาษาที่รุ่มรวยด้วยโวหาร เร้าจินตนาการและความคิด

 

 ความสุขของกะทิ

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2559
ผู้แต่ง งามพรรณ เวชชาชีวะ
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน
พิมพ์ครั้งล่าสุด แพรวสำนักพิมพ์

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่

นวนิยาย ความสุขของกะทิ เป็นเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่กับคนรอบข้าง กับ ย่า ตา ยาย น้าและลุง แม้จะขาดพ่อแม่ เลี้ยงดูใกล้ชิดเหมือนเด็กอื่นๆ แต่เธอก็อยู่กับคนรอบข้างที่มีความรัก ความเมตตาให้อย่างบริสุทธิ์ใจ ลักษณะความเป็นอยู่ของกะทิเหมือนกับชีวิตชาวไทยสมัยก่อน เด็กๆ และคนเฒ่าคนแก่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่รู้สึกเหงา เพราะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำอยู่ตลอดเวลา ต่างกับวิถีชีวิตของคนสมัยนี้

ความสุขของกะทิ เป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์องค์ประกอบอย่างหมดจดงดงาม สื่อแนวคิดซึ่งเป็นที่เข้าใจได้สำหรับคนอ่านหลากหลายไม่ว่าอยู่ในวัยและวัฒนธรรมใด เสน่ห์ของนวนิยายเรื่องนี้อยู่ที่กลวิธีการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ เผยปมปัญหาทีละน้อยๆ ผ่านมุมมองของตัวละครเอก ด้วยภาษารื่นรมย์ แฝงอารมณ์ขัน สอดแทรกความเข้าใจชีวิตที่ตัวละครได้เรียนรู้ไปตามประสบการณ์ ความสะเทือนอารมณ์จะค่อยๆ พัฒนาและดิ่งลึกในห้วงนึกคิดของผู้อ่าน 

โลกในดวงตาข้าพเจ้า

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2550
ผู้แต่ง มนตรี ศรียงค์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์สามัญชน
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์สามัญชน

โลกในดวงตาข้าพเจ้า เป็นกวีนิพนธ์ที่เล่าเรื่องราวของชุมชนเล็กๆ ด้วยภาษาแบบนักกวี ด้วยการเล่าเรื่องสลับไปมา ผ่าน ความรู้สึก ความนึกคิด และความรัก เพื่อให้บทกวีมีครบทุกอารมณ์ เอกลักษณ์ของกวีเล่มนี้อยู่ที่การปล่อยวางต่อความเป็นไปของโลกใบนี้ ซึ่ง มนตรี ศรียงค์ เขียนด้วยมุมมองที่ปราศจากการตัดสิน จึงมีความเคลื่อนไหวแบบนิ่งๆ และเป็นเอกภาพ พลางชวนผู้อ่านให้คิดตามด้วยว่า โลกในดวงตาข้าพเจ้า เป็นเช่นนี้ แล้วของผู้อ่านละเป็นเช่นไรมนตรี ศรียงค์ ประจักษ์ในสาระของชีวิตจากการทำงานและผู้คนรายล้อม แล้วนำมาถ่ายถอดไว้ในบทกวีได้อย่างกลมกลืน มีชีวิตชีวา มีศิลปะการนำเสนอการเลือกใช้คำ และการเรียบเรียงลำดับภาพความคิดชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์และชวนคิด

เราหลงลืมอะไรบางอย่าง

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2551
ผู้แต่ง วัชระ สัจจะสารสิน
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์นาคร
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์นาคร

รวมเรื่องสั้น เราหลงลืมอะไรบางอย่าง พูดถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ของสังคมเรา โดยเฉพาะสังคมชนบท ที่ถูก สังคมเมืองเข้ามาแทนที่ มีการนำเสนอภาพของการเมืองที่สกปรก เต็มไปด้วยปัญหาและความขัดแย้ง ในเนื้อหา วัชระสัจจะสารสิน ได้ตั้งคำถามในฐานะปัญญาชนคนรุ่นใหม่ถึงสิ่งที่ว่า ทุกวันนี้เราหลงลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่าเป็นงานเขียนสะท้อนชีวิตและสังคมในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าสังคมปัจจุบัน มนุษย์มีความขัดแย้งต่อสู้และแข่งขันในทางการเมือง สังคมและวัฒนธรรม มนุษย์เปลี่ยนไปตามโลก โดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว จากความละเมียดละไมไปสู่ความหยาบกระด้าง จากคนที่มีน้ำใจไปสู่ความเพิกเฉยเย็นชา จากคนสังคมเรียบง่ายไปสู่สังคมที่ซับซ้อนขึ้น ในสภาพดังกล่าว มนุษย์จึงตกอยู่ในวังวนแห่งความสับสน

ลับแล,แก่งคอย

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2552
ผู้แต่ง อุทิศ เหมะมูล
พิมพ์ครั้งแรก แพรวสำนักพิมพ์
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์จุติ

ลับแล,แก่งคอย เป็นเรื่องที่เขียนจากความทรงจำของ อุทิศ เหมะมูล เขาเกิดที่ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในนวนิยายเล่าผ่านตัวละครเด็กชาย วงศ์จูเจือ เด็กหนุ่มที่คึกคะนอง มีนิสัยต่อต้านพ่อเลี้ยงของตัวเอง จนพ่อเลี้ยงทนไม่ไหว ตัดสินใจพา วงศ์เจือ ไปดัดนิสัยในวัดกลางป่าแห่งหนึ่ง ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าอาวาสนวนิยายเรื่อง ลับแล,แก่งคอย ของ อุทิศ เหมะมูล เสนอมิติอันซับซ้อนของตัวมนุษย์ที่แยกไม่ออกจากรากเหง้า ชาติพันธุ์ ชุมชน ความเชื่อและเรื่องเล่า ซึ่งอุทิศเล่าเรื่องชีวิตมนุษย์ที่ต้องเผชิญความคาดหวังซึ่งไม่อาจต้านทานได้และพยายามดิ้นรนหาทางออก โดยอุทิศใช้กลวิธีการเล่าเรื่องอันแยบยล สร้างตัวละครที่มีเลือดเนื้อและอารมณ์ราวกับมีตัวตนจริง สร้างแก่นและบรรยากาศได้อย่างมีชีวิตชีวา และใช้ภาษาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง แสดงจินตภาพกระจ่างและงดงาม

 

ไม่มีหญิงสาวในบทกวี

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2553
ผู้แต่ง ซะการีย์ยา อมตยา
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ 1001 ราตรี
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ 1001

ราตรีไม่มีหญิงสาวในบทกวี เป็นกวีนิพนธ์นำเสนอภาพและแนวคิดเพื่อการดำรงและดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขตามมุมมองของ ซะการีย์ยา อมตยา ประกอบด้วยการใช้เนื้อหาและภาษาที่หลากหลาย มีมิติ เนื้อหาไม่ได้ผูกอยู่กับยุคสมัยใดสมัยหนึ่ง ด้วยลักษณะคำประพันธ์กลอนเปล่า ไม่จำเป็นต้องมีสัมผัสสระ แต่ชวนให้คิด ปลุกเร้าอารมณ์และเสริมสร้างจินตนาการเป็นบทร้อยกรองอิสระ มีความสอดคล้องระหว่างรูปแบบกับเนื้อหาที่มีความหลากหลาย แม้ไม่ค่อยมีจังหวะของฉันทลักษณ์ แต่ผู้เขียนสามารถวางจังหวะคำกวีได้อย่างทรงพลัง และสามารถใช้ภาษาที่ทำให้เกิดจินตภาพ มีการสร้างภาพพจน์ที่ลุ่มลึกกระตุ้นให้เกิดจินตนาการ ขบคิดและคิดต่อ

 

แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2554
ผู้แต่ง จเด็จ กำจรเดช
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ผจญภัย
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย
รวมเรื่องสั้น แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ ของจเด็จ กำจรเดจ บอกให้เรามองสิ่งรอบตัวให้ไม่เหมือนเดิม จเด็จเขียนเนื้อหาที่มีการเสียดสีความตกต่ำของสังคม ตลกขบขัน ล้อเลียน แต่เต็มไปด้วยสาระและแง่คิด มีภาษาที่น่าอ่าน เพราะเข้าใจง่าย สนุกสนาน ไม่ซับซ้อนจนเกินไป มีความโดดเด่นน่าติดตามชวนให้ผู้อ่านตั้งคำถามตลอดเวลาเป็นงานเขียนที่มีพลังกระทบใจ นำเสนอประเด็นอันหลากหลายเกี่ยวกับมนุษย์ในสังคมที่มีความซับซ้อน นำเสนอการปะทะกันระหว่างความจริงกับความจริงเสมือน ความรู้กับความเชื่อ ตลอดจนความเป็นเรากับความเป็นเขา โดยจเด็จได้สร้างสรรค์กลวิธีการเล่าเรื่องหลายวิธีที่ท้าทายการตีความ เช่น การตัดต่อ การซ้ำ การใช้มุมมอง การเสียดสี การสร้างสัมพันธบท ตลอดจนการสร้างตัวละครที่อยู่ในภาวะความรู้และความไม่รู้ ซึ่งสร้างความคลุมเครือและความลวง กลวิธีเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านสร้างความหมายได้หลายระดับ

คนแคระ

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2555
ผู้แต่ง วิภาส ศรีทอง
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์สมมุติ
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์สมมุติ
เรื่องราวสุดวิกลจริต เนื้อหาประหลาด ของคนสามคน ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนร่วมสมัยกับสิ่งที่พวกเขากระทำต่อคนแคระราวกับว่ามีค่าต่ำกว่ามนุษย์ ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์แนวที่คนส่วนมากเข้าใจ เพราะเนื้อหาการกระทำต่างๆ ของตัวละครมีความไร้เหตุผล แต่ถูกขับเคลื่อนโดยจิตสำนึกเพียงอย่างเดียว ซึ่ง วิภาส ศรีทอง ตั้งใจจะให้นวนิยายเรื่องนี้แสดงถึงการขาดความตระหนักถึงคุณค่าของการเป็นมนุษย์ การหมกมุ่น การสร้างความชอบธรรมจอมปลอมขึ้นมาเพียงเพื่อรองรับการกระทำที่ไร้เหตุผล เพื่อให้บรรลุถึงความต้องการของตัวเองนวนิยายมีการเล่าเรื่องที่ทรงพลัง มีการสร้างจินตภาพที่ชวนให้เกิดการตีความหลากหลาย มีตัวละครซับซ้อน แปลกแยก และท้าทายกฎเกณฑ์ของสังคม คุณค่าของนวนิยายนี้จึงอยู่ที่การกระตุ้นให้เกิดการสำรวจภาวะความเป็นมนุษย์ในโลกร่วมสมัย ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามกับมโนสำนึก ความรับผิดชอบชั่วดีและสารัตถะของชีวิต

หัวใจห้องที่ห้า

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2556
ผู้แต่ง อังคาร จันทาทิพย์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ผจญภัย
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์ผจญภัย
กวีนิพนธ์ที่เต็มไปด้วยสาระความรู้ บอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคสังคมร่วมสมัย โดยเน้นไปที่สังคมในเมืองหลวงที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม กล่าวถึงคนยากจน คนไร้บ้าน ชนกลุ่มน้อย ซึ่งต่างต้องทนทุกข์ทรมานกับสังคมที่แออัดในเมืองใหญ่ จากมุมมองของ อังคาร จันทาทิพย์ ที่มักมองโลกย้อนแย้งต่างจากคนอื่น นำเสนอความขัดแย้งท่ามกลางความยุคสมัยที่เปลียนแปลงกวีนิพนธ์นำเสนอแนวคิด ปัญหาสังคมชนบท สังคมเมืองในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้ผู้อ่านนำไปคิดเอง โดยเล่าเรื่องในอดีต เชื่อมโยงกับปัญหาสังคมในยุคปัจจุบันได้อย่างมีสัมพันธภาพ เนื้อหาสาระและรูปแบบสอดคล้องกันอย่างเหมาะสมกลมกลืน มองเห็นอัตลักษณ์ของตัวผู้ประพันธ์ แม้ว่าจะมีภาษาถิ่นปรากฏอยู่บ้าง อังคารได้อธิบายเป็นเชิงอรรถไว้เพื่อช่วยเสริมสร้างให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาสาระของกวี

อสรพิษและเรื่องอื่นๆ

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2557
ผู้แต่ง แดนอรัญ แสงทอง
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์สามัญชน
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์สามัญชน
รวมเรื่องสั้นที่ว่าด้วยเรื่องของการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ภายในจิตใจมนุษย์ การต่อสู้กับสังคม ด้วยการเล่าเรื่องที่ชาญฉลาด มีความหลากหลาย แสดงให้เห็นถึงความมีศรัทธาอันแน่วแน่ของผู้เขียน และเรื่องนี้ยังได้รับการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส คาตาลัน กรีก โปรตุเกส สเปน อิตาลี เยอรมัน และญี่ปุ่น ทำให้ชื่อเสียงของแดนอรัญ แสงทอง เป็นที่รู้จักในระดับสากลอย่างรวดเร็วแดนอรัญได้นำเรื่องจากเทพปกรณัม ชาดก ตำนาน เรื่องย้อนอดีต ฯลฯ มานำเสนออย่างมีสัมพันธบท ด้วยลีลาภาษาอันวิจิตร เน้นใช้คำโบราณและภาษาถิ่นที่มีความหมายชัดเจน สร้างพลังอันเข้มข้นเร้าใจให้ผู้อ่านได้ถึงอารมณ์
 

ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต

หนังสือซีไรต์ (นวนิยาย) ปี 2558
ผู้แต่ง วีรพร นิติประภา
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์มติชน
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์มติชน

นวนิยายรักสามเศร้า กล่าวถึงตัวละครที่กำลังหลงทางอยู่ในวังวนของความคิดตัวเอง เหมือนกับไส้เดือนตาบอดที่พยามหาทางออกจากเขาวงกต โครงเรื่องถูกวางไว้เป็นนิยายรักน้ำเน่ามาตรฐาน เจอกัน จากกัน พบกันใหม่ ผิดใจ รักกัน สามเส้า ความจำเสื่อม แต่เล่าอีกแบบเพื่อบอกว่ามายาคติเป็นอย่าง ความจริงอาจเป็นอีกหลายอย่าวีรพร นิติประภา ใช้ลีลาการเขียนด้วยการ ใส่กลิ่น เสน่ห์ ภาษาเชิงสัญลักษณ์ ที่ให้เห็นถึงชะตาชีวิตของผู้คนแต่ละคนได้อย่างถึงอามรณ์ ด้วยการใช้คำพูดและภาษาที่กระทัดรัด อ่านง่าย ให้ความสนุก ให้แง่คิด เกี่ยวกับความรัก ความผิดหวัง การแสวงหา ทำให้นักอ่านได้ทั้งรสชาติและข้อคิดไปพร้อมกัน

นครคนนอก

หนังสือซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ปี 2559
ผู้แต่ง พลัง เพียงพิรุฬห์
พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์นิดจะศิลป์
พิมพ์ครั้งล่าสุด สำนักพิมพ์นิดจะศิลป์

รวมบทกวีเรื่อง “นครคนนอก” ของ “พลัง เพียงพิรุฬห์” มีความโดดเด่นด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเป็นสากล วิธีการนำเสนอจากมุมมองที่เปลี่ยนใหม่ ให้ภาพของผู้คนที่สังคมมองข้ามเนื้อหาครอบคลุมสังคมร่วมสมัย ชีวิตในเมือง ชีวิตชนบท และเทคโนโลยีสมัยใหม่ แสดงให้เห็นถึงคนกลุ่มหนึ่งที่มีทัศนคติกับโลกโซเชียลไม่เหมือนกับคนอื่น คือสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือที่เรียกว่าโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่กำลังเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในชีวิตประจำวันของคนทุกสังคม“นครคนนอก” ของ “พลัง เพียงพิรุฬห์” มีความโดดเด่นด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเป็นสากล วิธีการนำเสนอจากมุมมองที่เปลี่ยนใหม่ การใช้ภาษาที่สั้น กระชับ มีพลัง คมชัดทั้งเสียงและความหมาย ใช้รูปแบบฉันทลักษณ์ตามขนบและไร้ฉันทลักษณ์ผสมผสานกัน ใช้วรรณรูป ภาพวาด และสัญญะแสดงอารมณ์ สื่อเสริม เน้นความหมายให้ขบคิดและตีความ จินตภาพ และน้ำเสียงบ่งบอกว่าชีวิตเป็นทุกข์ มีปัญหา และต้องดิ้นรน แต่ในท้ายที่สุดให้ความหวังและกำลังใจ

สิงโตนอกคอก

หนังสือซีไรต์ (รวมเรื่องสั้น) ปี 2560
ผู้แต่ง จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท
พิมพ์ครั้งแรก แพรวสำนักพิมพ์
พิมพ์ครั้งล่าสุด แพรวสำนักพิมพ์

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่

รวมเรื่องสั้นของ จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท นักเขียนอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลซีไรต์ปีล่าสุด เนื้อหาทุกเรื่องเป็นการ สะท้อนแง่มุมต่างๆ ของการใช้ชีวิต ตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ ความดี ความชั่ว ความเป็นธรรมของระบอบการปกครอง อำนาจนิยม มายาคติ ความเชื่อ ท้าทายความคิดของผู้อ่าน ผ่านโลกสมมุติในแบบแฟนตาซีผสมไซไฟ ที่จิดานันท์สร้างขึ้นมาเอง

“สิงโตนอกคอก” มีกลวิธีเล่าเรื่องแบบอุปมานิทัศน์ มีโครงสร้างเรื่องหลายชั้นอย่างสัมพันธ์กัน โดยเชื่อมโยงด้วยบทอื่นๆเช่น ตำนานและเรื่องเล่าที่ผู้อ่านคุ้นเคย การสร้างตัวละครและฉากสมมุติที่ไม่มีอยู่ในบริบทสังคมไทย เป็นการเล่าเรื่องในแบบสากล จิดานันท์ ใช้ภาษาในการเล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย แต่ลุ่มลึกคมคาย

6 thoughts on “39 ปี 39 เล่ม รวมหนังสือซีไรต์ปี 2522 – 2560

  1. Pingback: วรรณกรรมเยาวชน 7 เรื่อง จาก 100 หนังสือดีที่ Amazon แนะนำ

  2. Pingback: ครูต้นแบบ ในวรรณกรรมเยาวชน จาก สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน

  3. Pingback: รวมผลงานนิยายสืบสวนสุดสะเทือนอารมณ์จาก มินะโตะ คะนะเอะ

  4. Pingback: กว่าจะมาเป็น ชื่อตัวละคร นิยายที่ติดหูคุณ ต้องผ่านมาแล้วไม่รู้กี่ชื่อ!!

  5. Pingback: 4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วรรณกรรมเยาวชน DID YOU KNOW ? โดย แพรวเยาวชน

  6. Pingback: 12 เพลงที่ควรเปิดระหว่างอ่าน ลืมตาตื่นอีกครั้ง...ในเวลาอันสมควร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *