โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษ

โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ เกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงคลอดลูก คุณแม่ควรเตรียมพร้อมในการป้องกันโรคและเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ลองมาดูกันว่า โรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ควรระวังมีอะไรบ้าง

 

แท้งบุตร

การแท้งบุตรมักจะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 0-3 เดือน เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถกำหนดได้ สิ่งที่ทำได้คือการลดความเสี่ยงเท่านั้น เช่น งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ลดเครื่องดื่มกาเฟอีน งดใช้ยาต้านอักเสบ กินโฟเลตชนิดเม็ดวันละ 1 เม็ด ก่อนปล่อยตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือน จะช่วยลดความเสี่ยงในการแท้งบุตรและลดความพิการในทารกได้

คลอดก่อนกำหนด

ช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือนเป็นช่วงที่แม่สวยที่สุด เนื่องจากฮอร์โมนของการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น จะทำให้ใบหน้าเอิบอิ่มสวยงาม ผิวพรรณผุดผ่อง แต่สิ่งที่ควรระวังเป็นอย่างมากขึ้น ภาวะคลอดก่อนกำหนดเกิดจาก การสั่งการของสมองแม่หรือทารก ที่ทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้มดลูกบีบรัดตัวจนเกิดการคลอดก่อนกำหนด

การติดเชื้อของแม่และทารก ทำให้รก ปากมดลูก และมดลูก หลั่งสารพรอสตาแกลนดิน ทำให้มดลูกรัดตัวเกิดการคลอดก่อนกำหนด หรือโพรงมดลูกและปากมดลูกผิดปกติ

สังเกตอาการคลอดก่อนกำหนดได้จาก การวางมือไว้ที่หน้าท้องเหนือหัวหน่าวตอนเช้าก่อนลุกจากที่นอน ถ้าคลำแล้วรู้สึกแข็งเกร็งจนรู้สึกได้ โดยแข็งเป็นพักๆ อาการนี้อาจเป็นอาการคลอดก่อนกำหนดได้ มีตกขาวเป็นมูกจำนวนมากออกมาจากช่องคลอด มีอาการบวมที่หลังเท้า หน้าแข้ง มือ แขน มีน้ำคร่ำไหลออกมาจากช่องคลอด

เมื่อเกิดอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

วิธีป้องกันคือลดความเครียด ความวิตกกังวล หลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งหรือความขัดแย้ง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่กลั้นปัสสาวะ ไม่เดินทางไกลบ่อย กินปลาทะเลลึก เช่น แซลมอน ซาร์ดีน แมกเคอเรล ซาบะ ปลาทู และอาหารไขมันต่ำ เช่น ธัญพืช ผักสด ผลไม้

ครรภ์เป็นพิษ

ครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะที่น่ากลัวสำหรับแม่ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดติดอันดับ 1-3 ของทั่วโลก การวินิฉัยโรคครรภ์เป็นพิษประกอบด้วย 3 อาการดังนี้ ความดันโลหิตสูง มีไข่ขาวรั่วออกมาในน้ำปัสสาวะ และมีอาการบวมหลังเท้า หลังมือ ใบหน้า

อาการคือ สมองบวม มีเลือดออกในสมอง เห็นภาพเบลอ ภาพซ้อน ปวดหัวรุนแรง แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน หายใจหอบเหนื่อย ปัสสาวะไม่ออก ชักเกร็ง เป็นอัมพาต ไม่รู้สึกตัว ปอดบวมน้ำ ไตวาย มีเลือดในเนื้อตับ

การรักษามีวิธีเดียวคือ “ยุติการตั้งครรภ์” เมื่อใดที่คลอดลูกแล้ว อาการครรภ์เป็นพิษจะดีขึ้นแล้วค่อยๆ หายไปเอง แต่หากเป็นอย่างรุนแรง แม้ตั้งครรภ์ไม่ครบกำหนดก็ต้องยุติการตั้งครรภ์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับคุณแม่

ภาวะน้ำคร่ำอุดกั้นปอด

เป็นภาวะที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะแม้จะอยู่ในโรงพยาบาลที่มีแพทย์เก่ง เครื่องมือครบ โอกาสรอดชีวิตก็ยังมีน้อย ภาวะนี้มักเกิดในช่วงตั้งครรภ์ หรือหลังคลอดลูกไม่นาน อาการที่เห็นได้ชัดคือ ช็อกเนื่องจากหัวใจทำงานผิดปกติ ขาดออกซิเจนและการหายใจล้มเหลว เลือดไม่แข็งตัว เลือดไหลออกจากโพรงมดลูกไม่หยุด และมองเห็นจ้ำเลือดทั่วตัว

คุณแม่ที่เสี่ยงเป็นภาวะนี้ได้แก่ คุณแม่ที่คลอดทางช่องคลอดอย่างรุนแรงและรวดเร็ว มีการกระตุ้นให้เจ็บครรภ์คลอด มีภาวะรกเกาะต่ำ แม่อายุมาก มีภาวะปากมดลูกฉีกขาดขณะคลอด หรือมีอาการครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง

ไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงสำหรับภาวะนี้ หลักการรักษาคือ แก้ไขภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ การขาดออกซิเจนในแม่และช่วยเหลือลูกที่ยังไม่คลอดด้วยการนำทารกออกจากครรภ์โดยด่วน มิฉะนั้นทารกจะเสียชีวิตเพราะไม่มีโลหิตไหลเวียนมาเลี้ยง

 

 

ข้อมูลจากหนังสือ คู่มือคุณแม่ตั้งครรภ์

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่

 

บทความอื่นๆ

วิธีเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ เตรียมร่างกายให้พร้อมสู่การเป็นคุณแม่มือใหม่

วิธีรับมือกับลูกขี้โมโห ขี้หงุดหงิด : วิธีแก้ปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

เลี้ยงลูกด้วยดนตรี เสริมสร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่ลูกยังเล็ก

ยาเด็ก ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยกับลูกน้อย

หลักการ เลี้ยงลูกยุคใหม่ เรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องเข้าใจ

พัฒนา ทักษะEF ให้ลูกได้ไม่ยาก ด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนิทาน

EF คืออะไร ทำไม EF ถึงสำคัญกับลูก

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *