ไขความระทึก! อะไรที่ทำให้ “กาหลมหรทึก” เป็นนวนิยายยอดนิยม

กว่าที่ กาหลมหรทึก นวนิยายสืบสวนเขียนโดย ปราปต์ จะได้รับความนิยมและการยอมรับในด้านความสนุกและไปสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ผลงานจากปลายปากกาของนักเขียนหนุ่มเรื่องนี้ สนุกสุดใจ คาดเดาไม่ได้ และประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นและเป็นอยู่

หวังว่าคนที่ยังไม่ได้ลองอ่าน กาหลมหรทึก จะลองเปิดใจให้กับนวนิยายสืบสวนเรื่องนี้กันนะ

 

หักมุม ทิ้งปม สมจริง

องค์ประกอบหลักของนวนิยายแนวนี้ คือ การกล่าวถึงอาชญากรรมหรือเหตุการณ์ลึกลับและเกิดคำถามว่า “ใครคือคนร้าย” ซึ่งแน่นอนว่ากาหลมหรทึกมีจุดนี้อย่างโดดเด่นที่น้อยคนนักจะคาดเดาได้ 

ร่วมด้วยองค์ประกอบต่างๆ ทั้ง ผู้ร้าย เหยื่อและผู้สืบ เล่าเรื่องผ่านการค่อยๆ หยอดร่องรอยให้ค้นหาและชี้นำการสืบสวนตรงไปยังปมปัญหาต่างๆ จนถึงบทสรุป ซึ่งบทสรุปที่ว่านี่อาจตรงหรือไม่ตรงกับที่ผู้อ่านคาดการณ์ไว้ก็ได้ โดยมีข้อแม้ว่าตอนจบจะต้องคลี่คลายปมปัญหาให้กระจ่างจนทำให้ผู้อ่านเชื่อและคล้อยตามได้อย่างไม่มีข้อกังขา และแน่นอนว่ากาหลมหรทึกทำได้

กาหลมหรทึก เดินตามสูตรของนวนิยายสืบสวนสอบสวนได้อย่างสมบูรณ์ คือ มีคดีฆาตกรรมลึกลับเกิดขึ้นและ ผู้เขียนให้รายละเอียดของเหยื่อหรือลักษณะสภาพศพที่ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การสืบสวนและตามหาความจริง โดยจะต้องมีนักสืบที่มีไหวพริบปฏิภาณคอยไขคดี ในเรื่องผู้รับบทบาทนี้ก็คือ สารวัตรเวทางค์ ภิรมย์รุจ

การดำเนินเรื่องมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกัน มีการเล่นกับลำดับเวลา ทิ้งปมรอยสักปริศนาไว้ให้ติดตาม และหัวใจสำคัญของนวนิยายแนวนี้คือ การหักมุมจบที่ทำได้สมบูรณ์แบบ จนผู้อ่านและผู้ชมไม่สามารถคาดเดาได้ว่าปมปัญหาจะคลีคลายไปในทิศทางไหนและใครคือคนร้ายตัวจริงกันแน่

 

บรรยากาศไทยแท้

การวางฉาก บรรยากาศและการบรรยายสถานที่ต่างๆ อย่างละเอียดใน กาหลมหรทึก สร้างความสมจริงให้เนื้อเรื่องอย่างมาก ปราปต์เลือกใช้ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวายจาก นโยบายรัฐนิยมสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในสังคม รวมถึงก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ การหยิบเอาสถานการณ์ความวุ่นวายเหล่านี้มาใช้นับว่าชาญฉลาดและเหมาะอย่างยิ่งที่จะสร้างคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีรอยสักประหลาดเพื่อเพิ่มความลึกลับให้กับเนื้อเรื่อง จะเห็นได้ว่าฉากและบรรยากาศช่วยเสริมให้เรื่องนี้วุ่นวายโกหลหลสมกับชื่อ “กาหลมหรทึก”

ส่วนการบรรยายสถานที่ในเรื่องถือว่าทำได้ดีและละเอียดมาก ทั้งลักษณะอาคาร สภาพแวดล้อม รวมถึงเล่าประวัติความเป็นมา เริ่มจากตรอกศาลาต้นจันทน์ ในย่านวังหลัง โรงพยาบาลศิริราช ศาลเจ้า ชุมชนกุฎีจีน วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ย่านสามแพร่งและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) จุดนี้นักเขียนเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ดีเยี่ยมจนทำให้ผู้อ่านเห็นภาพและเสมือนเข้าไปรับรู้เหตุการณ์ฆาตกรรมในสถานที่เหล่านั้นได้จริงๆ

 

รอยสักปริศนา

รอยสักปริศนาถือเป็นอีกจุดสำคัญที่ทำให้คนอ่านขมวดคิ้วสงสัยจนต้องรีบตะลุยอ่านต่อเพื่อรู้ความหมายของมันให้ได้ คำ 5 คำ 5 คนใน 5 สถานที่ เป็นการทิ้งร่องรอยให้สารวัตรเวทางค์และผู้อ่านต้องตามหาคำตอบว่าสรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่ 

การที่คำ 5 คำปรากฏบนตัวเหยื่อในตำแหน่งเดียวกันและเป็นคำโดดที่ดูแล้วไม่สามารถนำมารวมกันให้เกิดเป็นประโยคที่มีความหมายได้ เช่น คำว่า เหย้า เจ้า แพะ ทิ้ง พงส์ ปริศนารอยสักนี้เองทำให้คดีฆาตกรรมต่อเนื่องครั้งนี้ซับซ้อนมากขึ้น แม้ว่าปรากฏร่องรอยชัดเจนแต่ไม่สามารถไขคดีได้โดยง่าย 

 

กลโคลง กุญแจสำคัญ

กลโคลงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยไขคดีฆาตกรรมรอยสักปริศนานี้ ใครจะคิดว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอันโด่งดัง จะต้องอาศัยความรู้เรื่องกลโคลงและฉันทลักษณ์มาช่วยคลี่คลาย เป็นจุดที่ทำให้เรื่องแปลกใหม่น่าติดตาม และต้องคอยลุ้นว่าคำทั้งหมดนี้จะรวมกันเป็นคำตอบของสิ่งที่กำลังตามหาหรือไม่ 

การใช้คำและกลโคลงมาสร้างเงื่อนงำในเรื่องนี้ตอกย้ำความเป็นไทยได้อย่างเข้มข้น แสดงให้เห็นถึงศิลปะและความมหัศจรรย์ของภาษา รวมถึงความสามารถของผู้เขียนที่เชื่อมโยงเรื่องราวกับกลโคลงได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล 

 

สร้างตัวละครให้มีชีวิต

ปราปต์สร้างตัวละครได้อย่างมีมิติมาก แม้จะมีลักษณะภายนอกหรือนิสัยที่แตกต่างกัน แต่ตัวละครเหล่านี้มีจุดร่วม คือ ความเป็นมนุษย์ที่มีทั้งดีและเลว มีสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด การรักตัวเองและอื่นๆ หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน จะเห็นได้ว่า แม้แต่ผู้ล่าก็ยังตกเป็นเหยื่อของไฟแค้น การขัดผลประโยชน์ รวมถึงเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ ผู้อ่านจะสัมผัสได้ถึงตัวละครที่เสมือนมีชีวิต ลักษณะนิสัยที่ทั้งด้านมืดและด้านสว่างทำให้ตัวละครของปราบต์มีมิติและสมจริงยิ่งขึ้นจนบางคนต้องขนลุกว่าขออย่าให้คนแบบตัวละครนี้มาวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันใกล้ตัวเลย สาธุ

นิยายรางวัล

กาหลมหรทึกไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการหลายสำนัก โดยกวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ตั้งแต่รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ประเภทนวนิยายยอดเยี่ยมประจำปี 2557 ตามมาด้วยรางวัลชมเชยการประกวดหนังสือดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภท นวนิยาย การประกวดหนังสือดีเด่นเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ปี 2558 รวมถึงมีชื่อเข้าชิงรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม (S.E.A Write) ประจำปี 2558 อีกด้วย

 

กาหลมหรทึก

เคมีความวาย #แชนกบี่

เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม ทำให้กาหลมหรทึกมีเนื้อหาตึงเครียด แต่นวนิยายเรื่องนี้มีมุมที่ทำให้ทั้งผู้อ่านและผู้ชมอมยิ้มได้เหมือนกัน จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจของนักเขียนก็ไม่ทราบได้ ที่ทำให้ตัวละคร หมวดแชนและหมวดกบี่ มีเคมีความวายเข้ากันจนผู้อ่านอาจคิดไปว่าตัวละครเพื่อนซี้ทั้งสองคนนี้ มีอะไรมากกว่าคำว่าเพื่อน นอกจากผู้อ่านจะรู้สึกแล้ว กระแสจากผู้ชมละครก็มีความคิดเห็นไม่ต่างกัน เห็นได้จากการติดแฮชแท็ก #แชนกบี่ และ #กบี่แชน อย่างสนั่นหวั่นไหวในโลกโซเชี่ยล

 

ความน่ารักของ ปราปต์

ปัจจัยนอกเหนือจากผลงานที่มีคุณภาพแล้ว คงจะเป็นความน่ารักของนักเขียนที่เป็นกันเอง สังเกตได้จากการตอบคอมเมนต์แฟนนิยายอย่างสม่ำเสมอในเฟซบุ๊กแฟนเพจของปราปต์เอง หรือตอนที่พบปะกับนักอ่านในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ยิ่งทำให้กาหลมหรทึกและปราปต์เป็นที่ยอมรับจากแฟนๆ นิยาย รวมถึงติดตามผลงานของเขาอย่างเหนียวแน่น

ใครที่เคยเจอตัวจริงของเขาโปรดเข้ามายืนยัน…

 

สั่งซื้อ กาหลมหรทึก คลิกที่นี่

 

บทความอื่นๆ 

10 เรื่องอึกทึก ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับกาหลมหรทึก

ตามรอย กาหลมหรทึก: คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ จากหนังสือดังสู่ละครช่องวัน 31

One thought on “ไขความระทึก! อะไรที่ทำให้ “กาหลมหรทึก” เป็นนวนิยายยอดนิยม

  1. Pingback: 10 เรื่องอึกทึก! ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับ 'กาหลมหรทึก' จากนิยายสู่ละครดัง!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *