ออริจิน ความจริงที่ถูกซ่อนไว้

ออริจิน กับความจริงที่ถูกซ่อนไว้

คำถามที่เป็นเหมือนหัวใจของเรื่อง ออริจิน ที่ว่า เรามาจากไหน และเรากำลังจะไปไหน อาจไม่สำคัญเท่ากับการบอกเล่าของ แดน บราวน์ ผ่านตัวละครอย่าง เอ็ดมันด์ เคิร์สช์ ที่ว่า ในอนาคต วิทยาศาสตร์จะกลายเป็นศาสนาเพียงหนึ่งเดียวของมนุษย์ชาติ

          ในความเป็นชีวิต ทั้งที่เราเชื่อในวิทยาศาสตร์ แต่ทำไมเรายังศรัทธาในศาสนา

          และเราเชื่ออย่างที่เอ็ดมันด์ เคิร์สช์ เชื่อหรือเปล่า

            ถ้าจะว่าไป ในโลกตะวันตก วิทยาศาสตร์และศาสนา ดูจะเป็นด้านตรงข้ามกันมาตลอดนับแต่โบราณ ที่มนุษย์ต้องยอมศิโรราบให้กับอำนาจของศาสนาจักร แต่ดูเหมือนว่าเมื่อเวลาผ่านไป อำนาจนั้นก็ไม่อาจปิดกั้นต่อความสงสัยใคร่รู้ของใครหลายคนที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามว่า พระเจ้าสร้างทุกสรรพสิ่งขึ้นมาจริงไหม นับแต่ กาลิเลโอ ที่บอกว่าโลกกลมและโคจรรอบดวงอาทิตย์ หรือ ชาร์ล ดาวิน เจ้าของทฤษฎีวิวัฒนาการ จนถึง เซอร์ ไอเซค นิวตั้น จากแอ๊ปเปิ้ลลูกเดียวที่หล่นใส่หัวก็อธิบายการมีอยู่ของจักรวาลได้

          นับแต่นั้นศาสนาจักรก็ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดถึงการมีอยู่แห่งตัวตนของมนุษย์ชาติจนถึงการก่อเกิดของจักรวาล

            การปรากฏขึ้นของนิยายเรื่อง เทวากับซาตาน  รหัสลับดาวินชี จนถึงล่าสุดอย่างออริจิน ก็ดูเหมือนว่าวิทยาศาสตร์กับศาสนาจักร จะเป็นคู่ปรับกันมาโดยตลอดโดยมี โรเบิร์ต แลงดอน ยืนอยู่ตรงกลาง ที่ไม่ได้เอนเอียงไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่กลับพยายามดึงความตรงข้ามให้มาสู่จุดร่วมเดียวกัน จุดที่พยายามบอกว่า วิทยาศาสตร์กับศาสนา คือการอยู่ร่วมที่ไม่อาจแยกจาก เพียงแต่รูปแบบของการบอกเล่าและเป้าหมายอาจแตกต่างกัน แต่เคลื่อนไหวไปในเส้นทางเดียวกัน

            เส้นทางของ ศรัทธา

            วิทยาศาสตร์อาจบอกเรื่องการก่อกำเนิดของชีวิตได้อย่างเป็นขั้นตอน แต่ก็ยากที่อธิบายเรื่องความดีความชั่วอย่างเป็นระบบด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ ทั้งที่ แรงกรรม ในทางศาสนา กับแรงกระทำในทางฟิสิกส์ ก็แทบจะไม่แตกต่างกันในแง่ที่ว่า ทุกการกระทำย่อมส่งผลสะท้อนกลับเสมอ

            ในออริจินสิ่งที่ เอ็ดมันด์ เคิร์สช์ พยายามจะบอกว่า มนุษย์มาจากไหน และกำลังจะไปไหนด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ นั่นก็จริง แต่สิ่งที่เอ็ดมันด์ เคิร์สช์ อาจลืมที่จะตั้งคำถามก็คือ อะไรคือ แรงผลักให้มนุษย์เดินไปทางเส้นทางนั้นๆ

            ถ้าวิทยาศาสตร์บอกได้ว่า มนุษย์ มาจากไหนและกำลังจะไปไหน แต่ระหว่างทางของที่มากับที่ไป มนุษย์ควรจะดำเนินชีวิตอย่างไร ตรงนี้หรือเปล่าที่ทำให้ศาสนายังคงดำรงอยู่คู่กับมนุษย์ชาติมาจนถึงวันนี้

            หรือที่สุดแล้ว เราจะมาจากไหน หรือ เรากำลังจะไปไหน ไม่ได้สำคัญเท่ากับว่า เราทำอะไรกับชีวิต กับเพื่อนร่วมชีวิต ในระหว่างที่ยังมีชีวิต

            ออริจินบอกเล่าให้เราเห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่มากมายที่อาจตอบความสงสัยใคร่รู้และสร้าง วินตัน ให้กลายมาเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ แต่พระเจ้าของ เอ็ดมันด์ ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ถ้าไม่มีศาสนาซึ่งนั่นก็คือวิทยาศาสตร์มารองรับมิใช่หรือ มันจึงเป็นเหมือนเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ศาสนาหรือวิทยาศาสตร์ ก็คือเงาร่างของกันและกัน บอกเล่าในสิ่งเดียวกัน แต่ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันในแต่ละยุคสมัย

          ถึงวันนี้ วิทยาศาสตร์ยังก้าวหน้าได้อีก จนไม่ต่างไปจากสิ่งที่แดน บราวน์เขียนไว้ในออริจิน แต่ในความก้าวหน้านั้นก็ตอบสนองได้เพียงความสุขทางกาย ในขณะที่ศาสนที่อาจมองดูว่าเป็นสิ่งล้าหลังเหลวไหล กลับให้ความสุขของความจริงทางจิตใจอย่างที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจให้ได้

            หรือที่สุดแล้ว คำตอบที่แท้จริงในเรื่อง ออริจิน กลับไม่ใช่คำถามที่ว่า เรามาจากไหน และเรากำลังจะไปไหน แต่มันอยู่ที่ว่า เราควรทำอะไร และ ทำอย่างไร ต่างหาก

            และสิ่งเดียวที่ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นศาสนาไม่ได้ เพราะวิทยาศาสตร์ไม่มีสิ่งที่เรียก ความรัก

            นั่นละคือสิ่งที่ เอ็ดมันด์ เคิร์สช์ ผู้เป็นเหมือนศาสดาแห่งศาสนาใหม่ที่ชื่อวิทยาศาสตร์ ไม่มี

           

    ออริจิน โดย แดน บราวน์

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่     

 

บทความอื่นๆ

การเดินทางของโรเบิร์ต แลงดอน จากรหัสลับดาวินชี ถึง ออริจิน

ปูพื้นฐานก่อนอ่าน Origin ด้วยศิลปะจากศิลปินชื่อดังชาวสเปน ปิกัสโซ

แดน บราวน์มาจากไหน แดน บราวน์กำลังจะไปไหน

บทสัมภาษณ์ : แดน บราวน์ ผู้เขียนรหัสลับดาวินชี เปิดตัว Origin นิยายเล่มใหม่ปีนี้

 

           

One thought on “ออริจิน กับความจริงที่ถูกซ่อนไว้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *