หนังสือชุดบ้านเล็ก : บ้านเล็กในป่าใหญ่ บ้านที่ไม่เคยเลือนหายไปในความทรงจำ

หนังสือชุดบ้านเล็ก บ้านที่ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ นี่คือวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิค จากปลายปากกา ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ และจากสำนวนแปลยอดนิยมโดย สุคนธรส

เสน่ห์อันหาตัวเปรียบได้ยากของวรรณกรรมเยาวชนชุดนี้ คือ ประสบการณ์ซึ่งถ่ายทอดลงอย่างแม่นยำ ได้กลิ่นอายของความจริง ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และสังคมประจำวัน นับเป็นประสบการณ์ที่ยากจะพบ ซึ่งเรียกความสนใจได้ตั้งแต่นักวิชาการ ลงไปจนถึงเยาวชนทั่วโลก

 

ผลงานเล่มที่ 1 ใน หนังสือชุดบ้านเล็ก

บ้านเล็กในป่าใหญ่

หนังสือชุดบ้านเล็ก

 

…ความคุ้นเคยกันแต่เก่าก่อนจะถูกลืมรวมถึงวันเวลาโอลด์แลงซายน์งั้นหรือไร…เมื่อจบเพลงแล้ว ลอร่าก็ร้องถามไปเบา ๆ ว่า “วันเวลาโอลด์แลงซายน์นั้นน่ะ เมื่อไรกันจ๊ะ” “เป็นเวลานานนมเนมาแล้ว ลอร่า” พ่อบอก “นอนให้หลับเสียเถิด” แต่ลอร่านอนลืมตาอยู่ครู่ใหญ่ ฟังเสียงซอของพ่อที่ครวญเบา ๆ และเสียงลมดังวังเวงในป่าใหญ่…

ลอร่านอนนึกอยู่ในใจว่า “ตอนนี้เราเรียกกันว่าเวลานี้” เธอดีใจที่ว่าบ้านอันอบอุ่นแสนสบาย พ่อแม่ และแสงไฟกับเสียงดนตรีนี้เป็นเวลาเดี๋ยวนี้ เป็นเวลาที่จะไม่มีวันลืมเลือน เพราะมันเป็นเวลา “เดี๋ยวนี้” มันจะเป็น “เวลาอันนามนมเนมาแล้ว” ไม่ได้…

 

บ้านเล็กในทุ่งกว้าง

…เสียงพ่อร้องเพลง “ลอยไป ลอยไป ดวงจันทร์สีเงิน! ทอรัศมีสว่างกระจ่างนภา…” เสียงของพ่อราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลางคืนที่มีแสงจันทร์และความสงัดเงียบของทุ่งกว้าง พ่อเดินเข้าช่องประตูมา ร้องเพลง มาด้วย “ด้วยแสงสีเงินจางแห่งดวงจันทร์…” แม่พูดเบา ๆ ว่า “จุ๊…ชาร์ลส์ ลูกจะตื่น” ดังนั้นพ่อจึงเดินเข้ามาโดยไม่มีเสียง แจ็คเดินตามติดเข้ามาด้วย แล้วก็ลงนอนขวางประตู

ในบัดนี้ทุกคนอยู่ภายในฝาที่แข็งแรงของบ้านใหม่ ทุกคนอบอุ่นปลอดภัย ทั้งที่กำลังง่วง ลอร่ายังได้ยินเสียงสุนัขป่าหอนเสียงยาวดังไกล ๆ มาจากทุ่งกว้าง แต่รู้สึกขนลุกนิดหน่อยเท่านั้น แล้วก็หลับไป…

 

เด็กชายชาวนา

“เอาละลูก แกไปคิดเสียให้ดี” พ่อพูด “พ่ออยากให้แกตัดสินใจเอาเอง ถ้าไปทำงานกับแพ้ดด็อค แกจะมีชีวิตอยู่อย่างสะดวกสบายในบางประการ แกจะไม่ต้องออกไปอยู่กลางแจ้งในเวลาที่ดินฟ้าอากาศวิปริตตอนกลางคืนในฤดูหนาว แกจะได้นอนอุตุอยู่บนเตียง ไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยว่า วัว แกะ หมู ม้า มันจะหนาวแข็งตายหรือเปล่า...

แต่ก็ยังมีอีกด้านหนึ่งเหมือนกัน แอลแมนโซ แกจะต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่นนะลูก ถ้าหากว่าแกจะอยู่ในเมืองทุกสิ่งทุกอย่างที่แกจะได้มา แกจะต้องได้จากคนอื่นเขา “ชาวนาพึ่งตัวของตัวเอง พึ่งแผ่นดินและลมฟ้าอากาศ...ถ้าแกอยู่กับท้องนาอย่างนี้ แกจะเป็นไทแก่ตัว ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใครเลยนะลูก”

 

บ้านเล็กริมห้วย

…ก้อนเมฆนั้นตกลงมาเป็นฝนตั๊กแตน…มันมากันเป็นกลุ่ม ถึงกับบดบังดวงอาทิตย์จนแดดมืด...เสียงปีกของมันดังซู่ ๆ อยู่ในอากาศ มันหล่นลงมากระทบพื้นดินและตัวบ้านดังเหมือนลูกเห็บตก ลอร่าพยายามจะปัดมันออกไปให้พ้นตัว ขาอันยุ่มย่ามของมันไต่ติดอยู่กับเนื้อหนังและเสื้อผ้า มันมองดูลอร่าด้วยลูกนัยน์ตากลมโปน หันหัวเอี้ยวไปทางซ้ายทีขวาทีไม่หยุดหย่อน

แมรี่วิ่งร้อนลั่นเข้าไปในบ้าน ตั๊กแตนตกลงมาเต็มพื้นดินไปหมดไม่มีที่ว่างพอจะวางเท้าลงไปได้เลย ลอร่าต้องเหยียบลงไปบนตั๊กแตน และมันก็ท้องแตก บิดตัวดิ้นเร่า ๆ และเละเป็นเมือกอยู่ใต้เท้าของเธอ…

 

ริมทะเลสาบสีเงิน

“ลอร่า” นั่งใกล้ ๆ “แมรี่” จ้องดูคันชักซอ ส่วนใจก็คิดว่าสนามวงกลมของนางฟ้าที่มีดอกไวโอเลตขึ้นเต็มนั้น เมื่อต้องแสงจันทร์ในคืนวันนี้จะเป็นอย่างไร คืนนี้ควรจะเป็นคืนที่นางฟ้าเทพธิดาจะลงมาจับระบำกันที่นั่น พ่อกำลังร้องเพลงคลอเสียงซอ

ลอร่ารูดม่านเมื่อเธอและแมรี่เข้าไปนอนกับแครี่และเกร๊ซในห้องเล็กนั้น และขณะที่เธอหลับผล็อยนั้น ใจเธอยังคงคิดถึงดอกไวโลเลตและสนามวงกลมของเทพธิดา และแสงจันทร์เหนือทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ดินที่พ่อจับจองถือกรรมสิทธิ์ พ่อกำลังครวญเพลงคลอเสียงซอเบา ๆ ว่า …บ้าน บ้าน บ้านแสนรัก ยังคงเป็นอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ จะหาที่ไหนเทียบบ้านของเราล่ะเออ…

 

ฤดูหนาวอันแสนนาน

…ฤดูหนาวครั้งนี้นานเหลือเกิน นานจนรู้สึกว่ามันจะไม่มีที่จบสิ้น และรู้สึกว่าง่วงซึมไม่เคยตื่นจริงๆ เลย ในตอนเช้า ลอร่าลุกขึ้นจากเตียงออกไปสู่ความหนาวลงไปแต่งตัวข้างล่างที่หน้าเตาไฟ ซึ่งพ่อติดไฟเอาไว้ก่อนที่พ่อจะออกไปทำงานในคอกสัตว์

เธอรับประทานขนมปังดำฝืด ๆ หยาบ ๆ แล้วตลอดวันเธอกับแม่และแมรี่ก็โม่ข้าวสาลีและบิดท่อนหญ้าแห้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ไฟจะต้องไม่มอดเพราะอากาศหนาวจัด เธอรับประทานขนมปังดำฝืด ๆ หยาบ ๆ นั่นอีก แล้วก็คลานขึ้นเตียงอันหนาวเย็น ไปนอนตัวสั่นเทา ๆ อยู่จนกระทั่งรู้สึกอุ่นก็หลับไป ฤดูหนาวนี้ช่างยืดยาวนมนานเสียเหลือเกิน มันจะไม่มีวันจบสิ้นเสียเป็นแน่แล้ว…

 

เมืองเล็กในทุ่งกว้าง

“พ่อ” ลอร่าร้อง “หนูเป็นครูแล้วจ๊ะ” “อะไรกัน!” พ่อพูด “แคโรไลน์ อะไรกันนี่” “อ่านซีจ๊ะ” ลอร่าส่งประกาศนียบัตรให้พ่อแล้วนั่งลง “เขาไม่ได้ถามหนูเลยว่าหนูอายุเท่าไหร่” เมื่อพ่ออ่านประกาศนียบัตรนั่นและแม่เล่าให้ฟังถึงเรื่องโรงเรียนนั้นแล้ว พ่อก็พูดว่า “พับผ่าซิ”

พ่อนั่งลงแล้วอ่านประกาศนียบัตรนั้นช้า ๆ อีกครั้งหนึ่ง “ดีมาก” พ่อพูด “ดีมากทีเดียวสำหรับคนอายุเพียงสิบห้าอย่างนี้” พ่อตั้งใจจะพูดอย่างปลื้มปิติ แต่น้ำเสียงกลับดูไม่จริงใจ เพราะตอนนี้ลอร่าจะต้องจากไปแล้ว “ทีนี้แมรี่ก็จะได้อะไรทุก ๆ อย่างที่เขาต้องการ และเขาจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านด้วยในฤดูร้อนที่จะถึงนี้” เธอพูด…

 

ปีทองอันแสนสุข

…แล้วขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลับขอบฟ้า พ่อก็เล่นเพลงเก่า ๆ ที่ลอร่าเคยได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ ซอดังเป็นเพลงซึ่งลอร่าเคยได้ฟังในป่าใหญ่ มลรัฐวิสคอนซิน แล้วก็ถึงทำนองที่พ่อเคยสีเล่นอยู่ข้างกองไฟกลางทุ่งกว้าง ที่แคนซัส

มันทำเสียงโอดครวญเลียนเสียงนกไนติงเกลที่ร้องเพลงกลางแสงจันทร์อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเวอร์ดิกริส ทำให้หวนนึกถึงวันเวลาในบ้านโพรงดินริมลำห้วยพลัมครีก และตอนค่ำในฤดูหนาวที่ในบ้านใหม่ซึ่งพ่อสร้างขึ้นที่นั่น แล้วซอก็ครวญเพลง ที่พ่อเคยเล่นในตอนคริสต์มาสที่ริมทะเลสาบสีเงิน และฤดูใบไม้ผลิหลังฤดูหนาวครั้งที่นานแสนนานครั้งนั้น

ครั้นแล้วซอก็บรรเลงทำนองที่แสนจะไพเราะและเสียงลึกทุ้ม ๆ ของพ่อก็ประสานขึ้นมาเป็นเพลงรัก…

 

สี่ปีแรก

คุณลองพยายามดูสักสามปีเป็นยังไง พอถึงตอนนั้นแล้ว ถ้าผมทำงานไม่ได้ผล ผมจะเลิกทำนา ไปทำงานอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้ผมทำ ผมสัญญาว่าพอครบสามปีแล้วและผมทำไม่สำเร็จจนคุณไม่อยากจะให้ทำต่อไปอีก ผมจะทิ้งไร่ทิ้งนาไปทำงานอื่น

ลอร่ายอมตกลงว่าจะลองพยายามดูสามปี เธอชอบม้าและชอบอิสระ ชอบความกว้างใหญ่ไพศาลของทุ่งกว้างซึ่งมีสายลมพัดต้นหญ้าสูง ๆ ในหนองให้โบกยวบยาบ ๆ อยู่ตลอดเวลา ที่ดินสองแปล แปลงละร้อยหกสิบเอเคอร์ ซึ่งดินดำดีมีโอชะอุดมสมบูรณ์ก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาทั้งสอง เพราะแมนลี่ได้พิสูจน์ให้เห็นความเข้มแข็งอดทนของเขาแล้ว

 

ตามทางสู่เหย้า

…เมื่อชำระหนี้สินที่จำนองที่ดินเขาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็อีกราวสองสามปีเท่านันเอง แม่บอก และเมื่อสวนผลไม้ออกลูก และถ้าผลไม้ได้ราคาดี ถึงตอนนั้นเราก็คงจะล้อมรั้วรอบที่ดีของเราด้วยลวดหนาม แล้วสร้างโรงนาใหม่ขึ้นตอนนั้นเราก็คงจะมีวัวมีม้าหลายตัวแล้ว และหลังจากนั้นเราจึงจะสร้างบ้านใหม่

แม่ตื่นจากฝันด้วยอาการสะดุ้ง แล้วร้องต๊ายตาย! เป็นเวลาทำงานตอนเย็นแล้ว! เมื่อฉันโปรยข้าวโพดให้ไก่ ตักน้ำจากน้ำพุมาเติมอ่างน้ำของมันทุกใบแล้ว ฉันก็เที่ยวไปหาไข่ แม่ไก่ที่กำลังกกไข่ เอาไข่ซ่อนไว้ตามกองหญ้าแห้งบ้าง ในกองฟางบ้างและแม้แต่ในกองหญ้ารก ๆ ก็ยังมี ฉันได้ยินเสียงแม่ผิวปากอยู่ในกระท่อมขณะที่แม่ทำอาหารเย็น…

 

จดหมายจากลอร่า

หนึ่งในหนังสือชุด “บ้านเล็ก” อันเป็นผลงานเล่มพิเศษ ในชุดนี้ ผลงานของ “ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์” จากสำนวนการแปลของ “ปัณณพร”

…ฉันได้เห็นมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นครั้งแรกที่แลนด์สเอนด์นี่เอง คำว่าสวยยังพรรณนาได้ไม่ถึงครึ่งของความงามที่แท้จริง หรือจะพูดให้ง่ายขึ้นก็คือไม่มีถ้อยคำใดจะมาบรรยายได้ พื้นน้ำเป็นสีฟ้าเข้มลึกสวยวิเศษ เสียงคลื่นที่แตกซ่าซัดชายหาด แล้วกระซิบกระซาบ ก่อนจะไหลกลับลงไป แสนไพเราะชวนฝัน…

 

ชีวิตต้องสู้

พบกับชีวประวัติของ “ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์” ผู้เขียนหนังสือชุด “บ้านเล็ก” ตั้งแต่เกิดจนตาย

ผู้อ่านที่เป็นแฟนของบ้านเล็กอาจยังติดใจอยากรู้ว่าหลังจากเรื่องราวในเล่มสุดท้ายของชุดคือ “ตามทางสู่เหย้า” จบลงแล้ว ชีวิตของครอบครัวไวล์เดอร์ในดินแดนที่พวกเขาอพยพไปเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้นเป็นอย่างไร

ลอร่าเริ่มเขียนหนังสือชุดที่จะทำให้เธอมีชื่อเสียงไปทั่วโลก และยังคงเป็นที่จดจำของนักอ่านมาจนทุกวันนี้ได้อย่างไร ครอบครัวเดิมของลอร่าอันประกอบด้วย พ่อ แม่ แมรี่ แครี่ และเกร๊ซ เป็นอย่างไร ต่อไปหลังจากเธอเดินทางจากไปแล้ว

คำตอบทั้งหมดปรากฎอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งวิลเลียม แอนเดอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญประวัติครอบครัวไวด์เดอร์ได้ค้นคว้าและเรียงเรียงขึ้นอย่างน่าอ่าน

หากวรรณกรรมคือ บันทึกที่สะท้อนภาพสังคมในแต่ละยุคสมัย หนังสือชุดบ้านเล็ก ก็คงเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนสภาพสังคมของคนอเมริกันในยุคบุกเบิก ซึ่งอาจเป็นบันทึกที่ดีไม่แพ้ประวัติศาสตร์เล่มอื่นเลยทีเดียว

Box Set “หนังสือชุดบ้านเล็ก” วางจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือชั่นนำทั่วประเทศ


บทความอื่นๆ

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *