สร้างแบรนด์ด้วยเรื่องราว

วิธีทำให้ลูกค้าจดจำด้วยการ สร้างแบรนด์ด้วยเรื่องราว (Storytelling)

วิธีทำให้ลูกค้าจดจำที่นอกเหนือจากโลโก้หรือสโลแกน ก็คือการ สร้างแบรนด์ด้วยเรื่องราว (Storytelling) ที่เปลี่ยนจากการเล่าเรื่องแบรนด์ เป็นการทำให้ลูกค้ากลายเป็นตัวเอกของแบรนด์

Storytelling หรือศาสตร์แห่งการเล่าเรื่อง เป็นอีกคำที่ได้ยินบ่อยๆ ในแวดวงการตลาด การโฆษณา และการทำแบรนดิ้ง การเล่าเรื่องที่จะพูดถึงนี้ไม่ใช่การเล่าเรื่องแบรนด์แบบเดิมๆ แต่เป็นการเรียงร้อยเรื่องราวของลูกค้าให้กลายเป็นตัวละครเอกของแบรนด์ โดยใช้หลักการ StoryBrand Framework

 

รู้จัก StoryBrand Framework

หนังสือ Building a Story Brand กลายเป็นหนังสือการตลาดที่ขายดีที่สุด เพราะผู้เขียนได้พลิกโฉมคำว่า Storytelling ให้เป็นไปในมุมมองใหม่ โดยเปรียบเทียบการทำธุรกิจเป็นการเดินทางของพระเอกในภาพยนตร์ว่า เริ่มต้นอย่างไร ผ่านอุปสรรคอะไรบ้าง และแบรนด์จะเข้าไปเป็นองค์ประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไร โดยใช้วิธีการเล่าเรื่องด้วย StoryBrand Framework ซึ่งช่วยร้อยเรียงเรื่องราวของลูกค้าและแบรนด์เข้าด้วยกัน

 

ลองมาดูขั้นตอน สร้างแบรนด์ด้วยเรื่องราว ทั้ง 7 ขั้นตอนดังนี้

 

1.เริ่มจากตัวเอง

คุณไม่ต้องไปตามหาคุณชายหรือเจ้าของธุรกิจหมื่นล้านคนไหนมาเป็นพระเอกให้ยุ่งยาก เพราะพระเอกตัวจริงก็คือ “ลูกค้า” นั่นเอง เรามักจะพูดถึงแต่เรื่องแบรนด์ จนลืมไปว่าจริงๆ แล้วคนที่คุณควรให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือลูกค้า

ละครธุรกิจเรื่องนี้จะออกมาเป็นแบบไหน อยู่ที่ว่าคุณเข้าใจลูกค้าดีพอหรือยัง การทำความรู้จักทำได้หลายวิธี เช่นการทำ Persona ผ่านการสัมภาษณ์ พูดคุย นอกจากจะช่วยให้รู้จักลูกค้าได้ดีมากขึ้นแล้ว บางครั้งยังได้แนวคิดที่จะสร้างโปรดักซ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมด้วย

 

2.พบปัญหา

ถ้าคุณเห็นตัวละครตัวหนึ่งที่ไม่สมบูรณ์ โดนเพื่อนแกล้ง ตัวเล็กกว่าใครในห้อง มีอุปสรรคให้เผชิญมากมาย ให้คิดไว้ลยเว่า คนนี้คือตัวละครเอกของเรื่อง

StoryBrand บอกว่า ลูกค้าหรือพระเอกคือคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาใดปัญหาหนึ่ง และกำลังหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งยังแก้ไขไม่ได้ ในโลกแห่งความจริง การที่ลูกค้ามีปัญหาถือว่าเป็น “โอกาส” ให้แบรนด์อย่างเราเข้าไปช่วยเหลือ

 

 

3.พบผู้นำทาง (Brand)

เมื่อพระเอกเริ่มออกเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ก็นึกขึ้นได้ว่า การลุยเดี่ยวน่าจะรอดยาก จึงเริ่มมองหาผู้นำทาง

ถ้าเป็นภาพยนตร์เรามักเห็นผู้นำทางในรูปแบบของอาจารย์ พี่เลี้ยง หรือแม้แต่พรายกระซิบ ซึ่งจะโผล่มาช่วยเหลือตอนที่พระเอกเริ่มสู้ไม่ไหว โดยผู้นำทางที่ว่าก็คือแบรนด์ของคุณนั่นเอง

แบรนด์จึงพึงระลึกถึงลูกค้าและจับตามองอีกฝ่ายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะใช้วิธีการพูดคุยสอบถาม เฝ้าดู สังเกตการณ์ เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาที่ลูกค้ามีปัญหาก็จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

 

4.นำทางไปสู่เป้าหมาย

ผู้นำทางที่พระเอกเชื่อถือได้จะไม่ได้โผล่มาปลอบประโลมหรือคอยให้กำลังใจแบบเชียร์ลีดเดอร์เท่านั้น แต่ต้องมี “แผนการ” ที่ทำได้จริงและเป็นขั้นเป็นตอน

แผนที่ว่าคือทำให้ลูกค้าเห็นเป็นฉากๆ ว่า โปรดักซ์ของแบรนด์คุณจะช่วยแก้ปัญหาและสร้างผลลัพธ์ที่ดีอย่างไรบ้าง

 

5.ต้องผลักดันให้เกิดการกระทำอย่างเป็นรูปธรรม

ไม่เพียงแต่นำเสนอแผนการที่เป็นเรื่องราวเท่านั้น ผู้นำทางที่ดีต้องผลักดันพระเอกให้เกิดการกระทำอย่างเป็นรูปธรรม โดยทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าสิ่งที่จะทำนี้ “มีเหตุผล” หรือ “มีความท้าทาย” เพียงพอ

เพราะในชีวิตจริง แม้จะมีคนบอกว่ามีหนทางที่จะสำเร็จอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่หากไม่มีแรงผลักดันจากภายนอกอย่างเพียงพอ เราก็มักหลงลืมไปว่าต้องทำอะไรต่อไป

สำหรับการตลาด ขั้นตอนนี้คือการบอกลูกค้าว่าเราต้องทำอะไรต่อไป เพื่อจะได้ผลลัพธ์อย่างที่หวังไว้นั่นเอง

 

 

6.ช่วยเหลือไม่ให้พลาดสิ่งสำคัญ

ผู้นำทางต้องแสดงให้พระเอกเห็นว่า หากไม่ทำตามแผนที่วางไว้จะต้องพบจุดจบอย่างไร

ในการสื่อสารก็เช่นกัน แบรนด์ต้องอธิบายให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจนว่า ถ้าคุณพลาดสิ่งนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น และแม้ว่าจะอธิบายละเอียด บางครั้งลูกค้าอาจไม่ทำตาม จุดนี้แบรนด์จะต้องเข้าใจถึงสิ่งที่เป็นอุปสรรคและยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือจนกระทั่งลูกค้าสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ

 

 

7.นำทางไปถึงจุดหมายอย่าง Happy Ending

ผู้นำทางจะต้องแสดงให้เห็นว่า ถ้าเดินไปตามแผนทที่ที่บอก ชีวิตของพระเอกจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง

สำหรับการเล่าเรื่อง ยิ่งคุณบอกเล่าความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นจากการใช้สินค้าของคุณให้ลูกค้าเห็นภาพชัดขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้นเท่านั้น

 

อยากได้พระเอกมาครอบครอง ก็ต้องเรียนรู้เรื่องของพระเอก

 

หากคุณอยากเป็นผู้นำทางให้พระเอกเชื่อใจ และผลักดันให้อีกฝ่ายเดินไปถึงเป้าหมายที่คุณปักไว้ คุณต้องทำความเข้าใจเรื่องราวของพระเอกตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อคุณจะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวนั้น และเป็นผู้นำทางให้แก่ลูกค้าได้อย่างแท้จริง!

 

ข้อมูลจากหนังสือ INBOUND MARKETING การตลาดแบบแรงดึงดูด

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก

 


บทความอื่นๆ

8 หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ จากคนดังและองค์กรชั้นนำทั่วโลก

5 กลยุทธ์สร้างแบรนด์ไฮเอนด์จาก CEO ระดับโลก

จุดเริ่มต้นของ แบรนด์ Hi-end สินค้าราคาแพงแต่ทำไมขายดี

6 เหตุผล ที่ทำให้แบรนด์ MUJI แตกต่างจากแบรนด์อื่น

6 องค์ประกอบของการสร้างแบรนด์ให้ปัง! ในยุค 4.0

One thought on “วิธีทำให้ลูกค้าจดจำด้วยการ สร้างแบรนด์ด้วยเรื่องราว (Storytelling)

  1. Pingback: วิธีสร้างคอนเทนต์ ในธุรกิจที่สุดแสนจะน่าเบื่อ (Niche Market)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *