วัยเด็กของอีลอน มัสก์ โตมาแบบไหน…ถึงได้เป็นแบบนี้

ผู้ใหญ่ในวันนี้ คือเด็กน้อยในวันนั้น มาดูกันว่า วัยเด็กของอีลอน มัสก์ นั้นเขาโตมาแบบไหน เจออะไรมาบ้าง กว่าจะมาเป็นอีลอน มัสก์ในวันนี้

 

วัยเด็กของอีลอน มัสก์

โตมากับหนังสือ

วัยเด็กของอีลอน มัสก์
ภาพจาก https://curiosity.com/topics/8-books-that-elon-musk-says-changed-his-life-curiosity/

 

บุคลิกที่โดดเด่นที่สุดส่วนหนึ่งใน วัยเด็กของอีลอน มัสก์ คือความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการอ่าน เขาอ่านวันละเป็นสิบชั่วโมง และถ้าเป็นวันสุดสัปดาห์ เขาอ่านจบได้วันละสองเล่ม!!

 

เมื่อโตขึ้น เขาจะเข้าไปในร้านหนังสือตั้งแต่โรงเรียนเลิกตอนบ่ายสองโมงและอยู่ในนั้นจนถึงหกโมงเย็น เมื่อพ่อแม่กลับจากทำงานถึงบ้าน เขาจะตะลุยอ่านตั้งแต่นวนิยาย การ์ตูน สารคดี 

อีลอนยกให้ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ หนังสือชุดสถาบันสถาปนา (Foundation Series) ของไอแซค อาซิมอฟ และ จันทราปฏิวัติ (The Moon Is a Harsh Mistress) ของโรเบิร์ต ไฮน์ไลน์ เป็นหนึ่งในหนังสือโปรด เช่นเดียวกับคู่มือท่องกาแล็กซีฉบับนักโบก (The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy) และเมื่อถึงจุดที่ห้องสมุดโรงเรียนและห้องสมุดแถวบ้านไม่มีอะไรให้อ่านแล้ว อีลอน มัสก์ ถึงกับไปโน้มน้าวบรรณารักษ์ซื้อหนังสือมาเพื่อให้เขาอ่าน แล้วเขาก็เริ่มอ่านสาราณุกรมบริทานิกา!!!! “

สารานุกรมเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นโรงงานข้อมูล ครั้งหนึ่งมีคนเคยเอ่ยข้อสงสัยเรื่องระยะห่างจากโลกไปยังดวงจันทร์ แล้วอีลอนก็โพล่งระยะทางตรงเผงทั้งที่วัดจากจุดที่ใกล้ที่สุดและจุดที่ไกลที่สุดของวงโคจรออกมา

อย่าแปลกใจ ที่ถ้าอ่านประวัติของเขาจากหนังสือ อีลอน มัสก์ แล้วจะพบว่า เขารู้ไปซะหมด

 

วัยเด็กของอีลอน มัสก์

โตมาในช่วงความขัดแย้งเรื่องผิวสีในแอฟริกาใต้ตึงเครียด

ภาพจาก https://grpeopleshistory.org/2014/12/02/an-obligation-to-not-participate-in-racist-activities-the-south-african-anti-apartheid-movement-in-grand-rapids/

 

รากฐานความคิดบางอย่างในการค้นหาจุดหมายชีวิตใน วัยเด็กของอีลอน มัสก์ มาจากสภาพเหตุการณ์ในแอฟริกาใต้ ความหวาดวิตกจากการแบ่งแยกสีผิวเกิดขึ้นตลอดวัยเด็กของเขา เพราะแอฟริกาใต้เดือดพล่านไปทั่วด้วยความตึงเครียดและความรุนแรง คนดำกับคนขาวขัดแย้งกัน เช่นเดียวกับคนดำจากเผ่าต่างกัน นักศึกษาผิวสีหลายร้อยคนจบชีวิตระหว่างการประท้วงพระราชกฤษฎีกาของรัฐบาลคนขาว ตลอดหลายปีแอฟริกาใต้เผชิญการถูกคว่ำบาตรจากชาติอื่น ๆ เพราะนโยบายเหยียดสีผิว

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมีความคิดว่าโลกนี้มันบิดเบี้ยว จึงวางแผนจะหนีจากสภาพแวดล้อมของตัวเอง และฝันถึงสถานที่ที่บุคลิกและความฝันของเขาจะได้งอกงามแทบจะตั้งแต่ยังเล็กมาก ในที่สุด เขาก็มาสร้างอาณาจักรของตนเอง อย่างที่เห็นในทุกวันนี้

 

โตมากับการโดนเพื่อนรังแก

ภาพจาก https://www.entertainmentwise.com/bio/elon-musk/

ในช่วงมัธยม เด็กผู้ชายคนหนึ่งตัดสินใจจะไล่ล่าอีลอน ซึ่งเขาเล่าว่า “จริง ๆ ผมกำลังหลบแก๊งนี้อยู่ ซึ่งแ – งตามล่าผมโดยที่ไม่รู้เลยว่าแ – งทำไม ผมคิดว่าผมคงบังเอิญชนหมอนี่เข้าตอนประชุมรวมเช้าวันนั้น และเขาก็โมโหอย่างแรง” เขาโดนเตะที่ศีรษะ และโดนผลักลงจากบันได พอร่วงลงมาแล้วเด็กชายอีกกลุ่มหนึ่งก็ต่อยและเตะเข้าที่สีข้าง และหัวโจกก็จับศีรษะเขาโขกกับพื้น ซึ่งทำให้ อีลอน มัสก์ สลบไปเลย และนอนโรงพยาบาลอีกเป็นสัปดาห์

ตลอดสามสี่ปีนั้น มัสก์เขาต้องผจญเด็กอันธพาลกลุ่มนี้ไล่ล่าอย่างไม่หยุดหย่อน พวกนั้นเลยเถิดถึงขนาดทำร้ายเด็กชายคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา อีลอน มัสก์ถึงกับเอ่ยว่า “…นั่นทำให้การโตขึ้นมาเป็นเรื่องยากตลอดหลายปีนั้นมันไม่มีช่วงเว้นว่างเลย คุณโดนไล่ล่าจากพวกอันธพาลที่โรงเรียนที่พยายามจะซ้อมผมจนน่วม แล้วพอกลับมาบ้าน มันก็เลวร้ายไม่ต่างกัน มันเหมือนเรื่องสยองที่ไม่จบสิ้น”

ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมบางทีเขาถึงดูเหวี่ยงวีน

 

โตมากับพ่อที่มีปัญหาทางอารมณ์

ภาพจาก ://www.stuff.co.nz/world/africa/102564433/elon-musks-dad-has-baby-with-stepdaughter

 

พ่อแม่เขาแยกทางและหย่ากัน ตอนแรกทุกคนย้ายไปอยู่บ้านตากอากาศของครอบครัว พอผ่านไปสองปี อีลอน มัสก์ก็ตัดสินใจว่าเขาอยากไปอยู่กับพ่อ โดยมีเหตุผลว่าพ่อดูจะเศร้าและเหงา ส่วนแม่ก็มีลูกสามคน แต่พ่อไม่มีใครเลย

แต่เมื่อไรก็ตามที่เอ่ยถึงเรื่องพ่อของเขาขึ้นมา คนในครอบครัวอีลอนจะปิดปากเงียบ พวกเขาเห็นพ้องว่าพ่อไม่ใช่คนที่น่าอยู่ด้วยนัก 

หลังจากนั้นพ่อของเขาก็แต่งงานใหม่ และอีลอนก็มีน้องสาวต่างแม่สองคนซึ่งเขาค่อนข้างห่วง อีลอนกับพี่น้องของเขาเหมือนจะตกลงใจว่าจะไม่กล่าวร้ายแอร์รอลให้ใคร ๆ ฟังเพื่อไม่ให้น้องสาวเสียใจ

พี่น้องของอีลอนกล่าวว่า พ่อจะให้ลูกๆ นั่งลงและเทศนาสามถึงสี่ชั่วโมงโดยที่เด็ก ๆ ห้ามตอบโต้

อีลอนและพี่น้องประสบกับบางอย่างที่เลวร้ายและฝังใจในช่วงหลายปีที่อยู่กับพ่อ ทั้งคู่พูดเรื่องต้องทนต่อการทรมานร่างกายบางอย่าง และถึงกับแน่ใจว่าพวกเขาก็ได้รับสืบทอดมา

ส่วนแม่ของอีลอน ก็ออกอาการโมโหเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เธอบอกว่า ไม่มีใครเข้ากับเขาได้ เขาไม่ได้ดีกับทุกคน ตัวเธอก็ไม่อยากเล่าเพราะมันน่ากลัว

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อีลอน มัสก์ มุทะลุและดูเหมือนจะมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์

 

โตมากับแม่ที่สวยระดับนางแบบ

ภาพจาก https://bit.ly/2MR4eXX

 

เมย์ มัสก์ แม่ของอีลอน ตอนสาว ๆ ได้ชื่อว่าเป็นเด็กเรียน ชอบคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์และทำได้ดีกับการเรียน แต่ตอนอายุ 15 คนก็เริ่มสังเกตเห็นคุณลักษณะด้านอื่น เมย์สวยสง่า เธอตัวสูงผมสีบลอนด์เงิน โหนกแก้มสูง และมีเครื่องหน้าได้รูป ซึ่งทำให้เธอโดดเด่น ครอบครัวของเพื่อนคนหนึ่งเปิดโรงเรียนสอนเดินแบบและเมย์ก็ลงเรียนบางหลักสูตร ตอนสุดสัปดาห์เมย์จะไปเดินแฟชั่นโชว์ ถ่ายแบบนิตยสาร และได้เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายในการประกวดมิสเซาท์แอฟริกา

ปัจจุบันเมย์ยังเป็นนางแบบอยู่ในวัย 60 ปี ปรากฏตัวบนปกนิตยสารอย่างนิวยอร์ก และ แอล อีกทั้งในมิวสิกวิดีโอของบียอนเซ

ไม่แปลกใจเลยที่อีลอน มัสก์ จะมีแฟนสวยระดับนางแบบเสมอ

 

อ่านเรื่องราวชีวิตของผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดในยุคของเรา

ได้จากหนังสือ อีลอน มัสก์

ราคา 315 บาท

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก


บทความอื่นๆ

ใส่ความเห็น