วรรณกรรมเยาวชน 7 เรื่อง จาก 100 หนังสือดีที่ Amazon แนะนำ

บรรณาธิการของ Amazon Books ร้านหนังสือออนไลน์ระดับโลกได้รวบรวมรายชื่อหนังสือ 100 เล่มที่ควรอ่านสักครั้งในชีวิต (100 Books to Read in a Lifetime) ซึ่งในนั้นมี วรรณกรรมเยาวชน ที่แพรวเยาวชนเคยแปลมาแล้วถึง 7 เล่ม วรรณกรรมเยาวชน บางเล่มก็เคยพิมพ์เมื่อนานมาแล้ว จนหลายคนอาจลืม หรืออาจจะไม่รู้ว่าเราเคยแปลก็ได้ เราเองก็อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองอ่าน วรรณกรรมเยาวชน ทั้ง 7 เล่มนะ

 

ชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรัก (Charlotte’s Web)

 

 

หมูในโลกนี้ส่วนใหญ่เกิดมาพร้อมชะตากรรมเดียวกันนั่นคือ ไม่พ้นต้องกลายเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์ นั่นทำให้หมูที่ไม่ยอมก้มรับชะตากรรมของตนจำเป็นต้องแสดงความสามารถเกินหมูธรรมดาเพื่อเอาชีวิตรอด หมูเหล่านี้เองที่กลายเป็นหมูพิเศษ ติดอยู่ในความทรงจำและเป็นที่รักของคนทั่วโลก

วิลเบอร์เป็นหมูประเภทนี้ หมูที่รักชีวิต รักความงดงามของโลก รักมิตรภาพในหมู่เพื่อนสัตว์ด้วยกัน เขาไม่อยากตาย เพราะโลกแสนน่าอยู่เหลือเกิ

โชคดีที่วิลเบอร์มีเพื่อน ในชีวิตจริงของคนก็เช่นกัน หลายครั้งที่คนเราต้องทบทวนความจริงข้อนี้ บางครั้งชีวิตก็ไม่สมหวัง บางครั้งชีวิตก็ไม่สมบูรณ์ แต่ทุกอย่างลุล่วงไปได้เพราะมีเพื่อน และที่สำคัญ—เราเป็นเพื่อน—ด้วย

วิลเบอร์เคยถามชาร์ล็อตต์ว่าทำไมจึงช่วยเหลือเขาขนาดนี้ ทั้งที่ไม่เคยทำอะไรให้ชาร์ล็อตต์เลย แมงมุมตอบว่า เพราะวิลเบอร์เป็นเพื่อน และนั่นก็เพียงพอแล้ว

 

บ้านมุมพูห์ (The House at Pooh Corner )

หนังสือชุดวินนี เดอะ พูห์

 

 

เอ. เอ. มิลน์ เขียนเรื่องนี้เมื่อปี พ.ศ. 2464 จากนิทานที่เล่าให้ลูกชายฟังก่อนนอน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ในป่าร้อยเอเคอร์ ซึ่งแน่นอนว่ามีเด็กอยู่เพียงคนเดียวในเรื่อง ก็คือคริสโตเฟอร์ โรบิน ลูกชายของผู้เขียนนั่นเอง

หมีพูห์เป็นที่รู้จักในบ้านเรา จากการ์ตูนของวอลท์ ดิสนีย์ ซึ่งนำเอาพูห์มาลงสีสันสดใส เป็นเจ้าหมีตัวอ้วนกลมสีเหลืองใส่เสื้อสีแดง ป่าร้อยเอเคอร์ก็เหมือนสังคมที่เด็กๆ อยู่รวมกัน มีทั้งความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ มีทั้งปัญหาและความขัดแย้ง แต่ด้วยมุมมองและวิธีคิดแบบเด็กๆ ซึ่งหลายครั้งก็ง่ายและลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ ก็ทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี

นอกเหนือจากความน่ารักสนุกสนาน วิธีการคิดง่ายๆ ซื่อๆ แบบหมีพูห์ก็สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่าน ไม่ใช่แค่เด็ก แต่รวมถึงผู้ใหญ่ด้วย

 

สายลมในพงหลิว (The Wind in the Willows)

 

 

มีหนังสือจำนวนไม่น้อยเกิดจากนิทานซึ่งผู้เขียนเล่าให้ลูกฟัง แล้วจึงพัฒนามาเป็นหนังสือสำหรับเด็ก อย่าเช่นที่รู้จักกันทั่วโลกก็คือ วินนีเดอะพูห์ ซึ่งเอ.เอ. มิลน์ แต่งขึ้นเป็นนิทานก่อนนอสำหรับลูกชาย และเรื่องนี้ก็เช่นกัน

เพียงแต่ที่มาของเรื่องอาจจะเศร้ากว่า เพราะเคนเนธ แกรห์ม เขียนขึ้นโดยมีภูมิหลังของชีวิตอันเจ็บปวดและโดดเดี่ยวของตนเอง เพื่อปลอบโยนและสร้างความสนุกสนานแก่ลูกชายซึ่งสายตาพิการและมีปัญหาทางบุคลิกภาพ (และต่อมาฆ่าตัวตายระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย)

ขณะแต่งเรื่องนี้แกรห์มทำงานเป็นพนักงานธนาคาร เพิ่งเริ่มต้นเป็นนักเขียนและมีผลงานออกมาแล้ว 2 เล่ม แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก แกรห์มจึงตัดสินใจลาออกเพื่อทุมเทเวลาให้กับการเขียนหนังสือและดูแลลูกชาย เขานำร่างต้นฉบับเรื่องนี้ออกมาขัดเกลาอีกครั้ง ถูกปฏิเสธจากหลายสำนักพิมพ์ และในที่สุดก็ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1908 ประธานาธิบดีทีโอดอร์ โรสเวลต์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นถึงกับเขียนจดหมายแสดงความชื่นชมโดยตรงว่าท่านอ่านแล้วอ่านอีกหลายรอบ และรู้สึกเหมือนได้พบเพื่อนเก่า

แต่ในกลุ่มนักอ่านทั่วไป เรื่องนี้ยังไม่มีผู้รู้จักมากนัก จนกระทั่งเอ.เอ. มิลน์ ซึ่งเวลานั้นเพิ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจาก วินนีเดอะพูห์ ทั้งสองเล่ม ได้นำบางส่วนของเรื่องนี้ไปดัดแปลงเป็นละครเวที ในชื่อ “Toad of Toad Hall” จึงทำให้ชื่อเสียงของแกรห์มเป็นที่รู้จัก และ The Wind in the Willows ก็กลายเป็นหนังสือเด็กที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลกเล่มหนึ่งจนกระทั่งปัจจุบัน

และก็เช่นเดียวกับหนังสือเด็กจำนวนมาก นั่นคือ เขียนขึ้นมาสำหรับเด็ก แต่ก็มีนัยเสียดสีสังคมมนุษย์ไว้อย่างลึกซึ้ง แยบคาย ทั้งเรื่องชนชั้น การเมือง สังคม ความเจริญทางวัตถุ หากจะว่าไปแล้ว แม้หนังสือเรื่องนี้จะเขียนขึ้นมากว่า 100 ปี สังคมมนุษย์ก็ยังไม่ได้แตกต่าง หรือเปลี่ยนแปลงไปเลย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม The Wind in the Willows จึงยังได้รับความนิยม ทั้งในส่วนของหนังสือ และการดัดแปลงเป็นสื่อแขนงต่างๆ ทั้งละครเวที บทเพลง การ์ตูน ฯลฯ อีกทั้งแรงบันดาลใจแก่หนังสืออีกหลายเล่มในยุคต่อๆ มา

ตัวละครอย่างคางคก หนูน้ำ และแบดเจอร์ วึ่งเป็นสัตว์ที่น่ารังเกียจในสายตามนุษย์ ได้กลายเป็นสัตว์ที่เด็กๆ นุ่นแล้วรุ่นเล่าชื่นชอบมาเกินศตวรรษได้อย่างไร

ถ้าอ่านแล้วหลงรักคางคกขึ้นมาจะเข้าใจ

 

ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ (The Lord of the Rings)

 

วรรณกรรมเยาวชน

 

ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ฉบับภาษาไทย ได้รับการตอบที่ดีจากนักอ่านอย่างต่อเนื่อง จนหนังสือได้รับการตีพิมพ์มาแล้วทั้งฉบับปกแข็ง ปกอ่อน (รวมทั้งมีเล่มอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกันตีพิมพ์ออกมาด้วย ทั้งฮอบบิท ตำนานบุตรแห่งฮูริน ตำนานแห่งซิลมาริล และที่กำลังจะมาในอนาคตอันใกล้ เบเรนกับลูธิเอน) นับว่าหนังสือชุดนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการวรรณกรรมแปลของไทย

มหันตภัยแห่งแหวน ซึ่งเป็นเล่มแรกของลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2497 หลังจากที่ฮอบบิทได้รับการตีพิมพ์มาแล้ว 17 ปี ระหว่างนั้นมิดเดิ้ลเอิร์ธก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ในโครงหน้ากระดาษ ตัวละครต่างๆผุดขึ้น เหตุการร์มากมายถูกโยงใยและค่อยๆ เชื่อมต่อกัน แต่ทั้งหมดนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่แหวนวงเดียวที่เซารอนสร้างขึ้น แหวนที่ผู้ครอบครองจะได้ครองพิภพทั้งมวล ถึงโทลคีนจะยืนยันหนักแน่นว่าเขาไม่นิยมนำวรรณกรรมไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์จริง และเขาเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้อ่านสนุกกับการผจญภัยและการตีความ แต่คงยากที่ผู้อ่านอย่างเราๆ จะไม่นึกอยากเปรียบเทียบเรื่องราวในเล่มกับประสบการณ์และการรับรู้ของตนเอง โดยเฉพาะประเด็นหลักอย่างการแย่งชิงแหวนแห่งอำนาจ

ที่น่าสนใจคือ วรรณกรรมแฟนตาซีในยุคนั้น ภารกิจของฝ่ายพระเอกมักจะเป็นการปกป้องสิ่งล้ำค่าของตนเองไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนเลว หรือไม่ก็ต้องแย่งชิงกลับมา แต่โทลคีนกลับให้ฝ่ายผู้ร้ายเป็นผู้สร้างแหวนแห่งอำนาจ และฝ่ายพระเอกเป็นผู้พยายามทำลายแหวนนั้น นั่นคือการตอกย้ำตั้งแต่แรกว่า อำนาจคือสิ่งชั่วร้าย เพราะสร้างขึ้นโดยจิตใจที่มุ่งร้าย

ดังนั้นการใช้อำนาจในนามความดีจึงไม่มีอยู่จริง และหัวใจที่แข็งแกร่งของคนเล็กๆ เท่านั้น ที่จะร่วมหยุดยั้งอำนาจนั้นได้

บ้านเล็กในทุ่งกว้าง (Little House in the Prairie)

หนังสือชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่ เล่ม 2

 

 

“นานมาแล้ว…สมัยเมื่อคุณปู่คุณย่าของพวกเรายังเป็นเด็กเล็กๆ หรือยังแบเบาะอยู่ หรือบางทีอาจจะยังไม่เกิดด้วยซ้ำ พ่อและแม่ ลอร่า แมรี่ และน้องแครี่ได้ออกจากบ้านเล็กในป่าใหญ่ในมลรัฐวิสคอนวิน ขึ้นเกวียนเดินทางไป ทิ้งให้บ้านว่างเปล่า เงียบเหงาอยู่ในที่โล่งกว้างกลางดงต้นไม้ใหญ่ และไม่ได้กลับมาเห็นบ้านนั้นอีกเลย…เขาพากันอพยพไปยังดินแดนของพวกอินเดียแดง”

หากใครเคยอ่านหนังสือชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตของลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ ผู้เขียนหนังสือชุดนี้ เป็นชีวิตแสนสุขที่หลายคนใฝ่ฝันถึง และหากจะกล่าวว่านักอ่านชาวไทย ในวัยสามสิบปีขึ้นไปหลายคนคงไม่มีใครไม่รู้จักหนังสือชุดนี้ เพราะมีการพิมพ์ซ้ำหลายต่อหลายครั้ง ผ่านสำนวนแปลหลากหลายสำนวน จนกลายเป็นวรรณกรรมแปลคลาสสิกของวงการวรรณกรรมแปลของไทย และยังเคยสร้างเป็นซีรีส์ที่เคยนำมาฉายในเมืองไทยด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมนวนิยายชุดนี้ถึงครองใจนักอ่านชาวไทยมาหลายทศวรรษ

หนังสือชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่ที่แพรวเยาวชนจัดพิมพ์ประกอบไปด้วย
• บ้านเล็กในป่าใหญ่
• บ้านเล็กในทุ่งกว้าง
• เด็กชายชาวนา
• บ้านเล็กริมห้วย
• ริมทะเลสาบสีเงิน
• ฤดูหนาวอันแสนนาน
• เมืองเล็กในทุ่งกว้าง
• ปีทองอันแสนสุข
• สี่ปีแรก
• ตามทางสู่เหย้า
• ชีวิตต้องสู้
• จดหมายจากลอร่า

โจนาสกับผู้ให้

หนังสือชุด The Giver

 

The Giver คือวรรณกรรมเยาวชน ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผลงานชุดที่ดีที่สุดของโลอิส เลาว์รี นักเขียนชาวอเมริกันซึ่งพูดถึงโลกอนาคต ทั้งชุมชนที่สมบูรณ์พร้อมตามอุดมคติของใครหลายคน เมืองที่มีความโหดร้ายและรอยร้าวแฝงตัวอยู่ทุกซอกมุม โลกที่ทำให้ผู้อ่านเผลอหลุดเข้าไปอยู่ในนั้น ได้หัวเราะ ร้องไห้ สะเทือนใจ และมีความสุขไปกับตัวละคร

หนังสือเล่มแรกของชุด The Giver คือ “โจนาสกับผู้ให้” ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1994 และประสบความสำเร็จอย่างสูง ขายไปแล้วกว่า 5 ล้านเล่มทั่วโลก และได้รับรางวัลเหรียญทองนิวเบอรี่ด้วย

เหตุการณ์ในเล่มแรกเกิดขึ้น ณ ชุมชนที่ดูสงบราบเรียบ จนอาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ที่นี่ไม่มีสงคราม ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีคนเกลียดกัน ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้อย่างดีสำหรับทุกคน ทั้งที่อยู่อาศัย อาหารการกิน โรงเรียน อาชีพ ฯลฯ และเมื่อพลเมืองอายุครบ 12 ปีก็จะได้รับมอบหมายหน้าที่ เพื่อฝึกฝน ก่อนยึดเป็นอาชีพในอนาคต ซึ่งโจนาสได้รับหน้าที่สำคัญประจำเมืองที่เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้และเห็นเรื่องราวต่างๆ ในชุมชนมากกว่าที่สายตาเขาเคยเห็น

อย่างไรก็ตาม การได้รู้ลึก รู้จริง ได้มีความรู้สึก และมีความทรงจำที่ไม่เหมือนใครอยู่คนเดียวมันช่างเดียวดายและโหดร้าย

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบใดโหดร้ายกว่า ระหว่างการได้รู้ความจริงแบบโจนาสกับการเป็นพลเมืองที่ถูกปิดหูปิดตาไปตลอดชีวิต
หนังสือชุด The Giver ประกอบไปด้วย
• โจนาสกับผู้ให้ (The Giver)
• คิรากับช่างย้อมสี (Gathering Blue)
• แมตตี้ ผู้ส่งสาร (Messenger)
• เก๊บกับการเปลี่ยนแปลง (Son)

รอวันนั้น (Are You There, God? It’s Me, Margaret.)

 

มาร์กาเรตในวัย 11 ย่าง 12 ก็เหมือนเด็กวัยเดียวกันทั่วๆ ไป เธอรู้ว่าเธอกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เธอรู้ว่าร่างกายของเธอจะเปลี่ยนไปอย่างไร เธอรู้ว่าเธอต้องเตรียมรับการมาเยือนครั้งแรกของสัญลักษณ์สำคัญของวัยสาวอย่างไรบ้าง เธอรู้ทุกอย่างที่เด็กๆ วัยเดียวกับเธอจะต้องเรียนรู้—จากโรงเรียน

แต่สิ่งที่โรงเรียนไม่ได้สอน และไม่มีพูดถึงในตำราเล่มไหนก็คือความรู้สึก ความสับสน และความไม่สบายใจระหว่าง “รอ (ให้) วันนั้น (มาถึง)” จึงยังมีเด็กๆ อีกจำนวนมาก ที่แม้จะรู้ว่าตนเองต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจอย่างไรบ้าง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกวิตกกังวล กลัวว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด กลัวว่าจะไม่เหมือนเพื่อน กลัวว่าตัวเองจะผิดปกติ

เป็นธรรมดาอยู่แล้ว สำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่จะต้องเกิดคำถามนี้เมื่อวันนั้นมาถึง คำถามส่วนใหญ่ไม่มีอยู่ในตำราเรียน ไม่มีอยู่ในหลักสูตรเพศศึกษาที่ดูเหมือนจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีระเพียงอย่างเดียว บางคำถามไม่อาจถามใครได้ เพราะแม้แต่เจ้าตัวก็อาจไม่รู้ว่ากำลังสงสัยและสับสนกับอะไร

มีเด็กจำนวนมากเขียนถึงจูดี บลูมผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ขอบคุณที่เธอเขียนถึงปัญหาของพวกเขา ขอบคุณที่เธอช่วยผ่อนคลายความรู้สึกไม่สบายใจ และทำให้รู้ว่ายังมีเพื่อนที่รู้สึกอย่างเดียวกัน มุมมองที่เป็นจริงและเปี่ยมอารมณ์ขันของจูดี บลูม ทำให้ปัญหาใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กและละลายหายไปในที่สุด เมื่อพบว่ามาร์กาเรตเติบโตและก้าวผ่านมันไปได้ เด็กๆ ที่ตามอ่านจนจบก็เติบโต และก้าวผ่านไปได้พร้อมๆ กัน

ปล. เล่มนี้หาอ่านฉบับภาษาไทยยากหน่อยนะ เพราะทางเราหมดสต๊อกไปนานแล้ว

 

วรรณกรรมเยาวชนดีๆ ไม่ได้เหมาะสำหรับเด็กๆ เท่านั้น แต่กับผู้ใหญ่หลายๆ คนที่ได้อ่าน วรรณกรรมเยาวชน นั้นก็อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตและมุมมองต่อชีวิตไปเลยก็ได้

มาอ่านวรรณกรรมเยาวชนกันนะ


บทความอื่นๆ

5 วรรณกรรมเยาวชน ต้นแบบโรคผิดปกติทางจิต

ควรเริ่มอ่านหนังสือ มูมิน โดยตูเว ยานซอนจากเล่มไหนก่อนดี

5 คำสอนแสน Wonder จาก ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์

ปองวุฒิ รุจิระชาคร กับหนังสือเล่มล่าสุด ณ ที่ซึ่งความจริงไม่อาจดำรงอยู่

เมื่อ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เกือบจะโยนต้นฉบับหนังสือ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ลงกองไฟ

39 ปี 39 เล่ม รวมหนังสือซีไรต์ปี 2552 – 2560

สิงโตนอกคอก รวมเรื่องสั้นรางวัลซีไรต์ 2560

80 ปี เดอะฮอบบิท กับ 8 ข้อที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน

5 ข้อสุดมหัศจรรย์ของ “Wonder” #ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์

พ่อกับผม และบางสิ่งที่หายไปในสงคราม หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณคิดถึงพ่อ

ตามรอย กาหลมหรทึก: คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ จากหนังสือดังสู่ละครช่องวัน 31

ก้าวแรกสู่โลกมิดเดิลเอิร์ธ จากจินตนาการของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน

ก่อนจะมาเป็น เบเรนกับลูธิเอน ตำนานความรักระหว่างมนุษย์และเอลฟ์คู่แรก

 

2 thoughts on “วรรณกรรมเยาวชน 7 เรื่อง จาก 100 หนังสือดีที่ Amazon แนะนำ

  1. Pingback: ครูต้นแบบ ในวรรณกรรมเยาวชน จาก สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน

  2. Pingback: วรรณกรรมเยาวชน ที่กระทรวงศึกษาธิการเลือกให้เป็น หนังสืออ่านนอกเวลา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *