นิยายเกาหลี “มีอะไรในสวนหลังบ้าน” กับประเด็นต่างๆ ในสังคมเกาหลี

นิยายเกาหลีเรื่อง มีอะไรในสวนหลังบ้าน กลายเป็นหนังสือขายดีในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการหยิบยกประเด็นของผู้คนใน สังคมเกาหลี มาเล่าเป็นนิยายผ่านตัวละคร 2 ตัวนั่นก็คือจูรัน และซังอึน ซึ่งตีแผ่ความอัดอั้นตันใจของผู้หญิงต่างฐานะทั้งสองคน ที่มีต่อครอบครัวและคนในสังคม ดังที่บ.ก.ได้หยิบยกมากล่าวถึงในโปรยปกหน้าว่า

 

“บ้านที่มีหน้าต่างบานใหญ่ที่สุดหรือสวนที่สวยที่สุด อาจไม่ใช่บ้านที่มีความสุขเสมอไป”

 

ขอบอกเลยว่าหากอยากรู้เรื่องราวของ สังคมเกาหลี การอ่านนิยายเรื่อง มีอะไรในสวนหลังบ้าน ตอบโจทย์มาก คุณจะได้รับรู้ทั้งอารมณ์ ความรู้สึก และกลิ่นอายของวัฒนธรรมเกาหลีลอยมาเสมือนนั่งอ่านอยู่กลางคยองกี

หากยังไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนสปอยล์ออกไป เพราะเราจะนำประเด็นที่น่าสนใจมาเล่าเท่านั้น เนื้อหาหักมุมต่างๆ เราจะไม่เล่าอย่างแน่นอน

นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วย จูรัน แม่บ้านและภรรยาที่มีชีวิตสวยหรู อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ มีสวนสวยอยู่หลังบ้าน สามีมีฐานะดี มีอาชีพการงานเป็นถึงคุณหมอ และมีลูกชายหน้าตาดีกำลังเข้าสู่วัยรุ่น

ส่วน ซังอึน เป็นพนักงานขายของในแผนกหนึ่งของห้างสรรพสินค้าที่กำลังตั้งครรภ์ อาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นต์เล็กๆ กับสามีที่เป็นเซลล์ขายยา และเป็นฆาตกรที่ฆ่าสามีตัวเองโดยที่ไม่มีใครรู้ เพราะใช้ความอ่อนแอในร่างของคนท้องอำพราง เธอฝันถึงการมีชีวิตที่สวยหรู และมีอิสรภาพ

ดูแล้วทั้งสองคนนี้ไม่น่าจะมาเจอกันได้ ด้วยสถานะทางสังคม แต่มีเหตุที่นำพาให้ทั้งสองคนมาเจอกัน เรื่องราวต่างๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ถูกขุดขึ้นมาที่ละนิด จนความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มมีรอยร้าว และสุดท้ายก็แตกละเอียด

 

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้

วิธีการเขียนมันทำให้เรารู้ความรู้สึกของคนทั้งสองฝ่ายโดยที่ไม่ต้องคาดเดา เพราะทั้งจูรันและซังอึนเผยความรู้สึกและความคิดของตนออกมาจนหมด แม้จะเป็นฉากเดียวกัน แต่เราจะเห็นจากมุมมองของทั้งสองฝั่ง รวมไปถึงการที่นักเขียนได้หยิบเอาประเด็นของสังคมเกาหลีมาใส่เป็นเส้นเรื่อง มันยิ่งตอกย้ำว่าสังคมเกาหลียังไม่ยอมรับเรื่องการที่ผู้หญิงเป็นผู้นำ เรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัวคนเกาหลี เรื่องของการรักษาภาพลักษณ์ และเรื่องของชนชั้นด้วย

 

ความสัมพันธ์และรูปแบบความสัมพันธ์

ก่อนที่ซังอึนจะมาพบกับสามี เธอเป็นคนไม่แต่งตัว ไม่ช้อปปิ้ง ไม่แต่งหน้า เหตุผลที่เธอทำแบบนั้นเพราะเธอไม่มีเงิน เธอต้องประหยัด ส่วนสามีก็รู้สึกชอบซึงอึนเพราะเธอดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ฟุ่มเฟือย น่าจะเป็นแม่ของลูกที่ดีได้ และแน่นอนว่าในช่วงจีบกัน ต่างฝ่ายต่างจะโชว์ภาพลักษณ์ดีๆ และนิสัยที่ดีให้เห็น ทั้งคู่คบหากันได้ไม่นานนักก็ตัดสินใจแต่งงานกัน

หลังจากที่ทั้งสองแต่งงานกันสถานะทางสังคมก็เปลี่ยนไป ตัวตนที่แท้จริงก็เริ่มเปิดเผยออกมา อยู่ที่ว่าทั้งสองจะสามารถยอมรับข้อเสียของแต่ละคนได้หรือไม่ หากยอมรับได้ความสัมพันธ์ก็จะไม่จบลงและเกิดเหตุการณ์เหมือนที่เป็นอยู่

หนังสือเล่มนี้สะท้อนความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวได้เป็นอย่างดี ซึ่งจูรันและซังอึนมีมุมมองการยอมรับข้อบกพร่องของสามีตนเองต่างกันจึงทำให้นำมาซึ่งจุดจบคนละแบบ ถ้าอ่านในมุมของความสัมพันธ์ มันจะทำให้เรารู้จักความสัมพันธ์มากขึ้น

 

สถานะเพศหญิงในสังคมเกาหลี

ผู้หญิงเกาหลีวัย 30 ปี ต้องถูกถามด้วยคำถามเดิมๆ หลายครั้ง เช่น มีแฟนหรือยัง ทำไมไม่แต่งงาน ฯลฯ ถ้าเทียบกับสังคมไทยก็จะรู้สึกว่าสบายๆ มาก มองไปทางไหนก็มีเพื่อน อายุ 30 ปีแล้วยังไม่แต่งงานไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร หากไปอยู่ที่เกาหลี คุณจะโดนคำถามประเภทนี้ตามรังควานอยู่ตลอดเวลา

ผู้หญิงเกาหลีเมื่ออายุ 30 ปีต้องแต่งงาน และไม่นิยมให้คบหาดูใจเป็นแฟนกันนานเกินไป และเมื่อแต่งงานไปแล้ว ผู้หญิงเกาหลีจะถูกคาดหวังให้เป็นภรรยาและแม่ที่ดี คุณจะต้องทำงานบ้านเป็น โดยมีแม่ของสามีเข้ามาตรวจตราเป็นระยะๆ ว่าคุณทำงานบ้านได้ดีหรือเปล่า บ้านช่องสะอาดไหม ฯลฯ

เพศหญิงจึงดูเป็นเพศที่อ่อนแอ เป็นช้างเท้าหลัง ต้องคอยพึ่งพาสามีที่ออกไปทำงานนอกบ้านอยู่ตลอดเวลา มองในอีกมุมหนึ่งก็เหมือนผลประโยชน์ต่างตอบแทน ผู้ชายก็ต้องการผู้หญิงที่เป็นภรรยาและแม่ที่ดี ส่วนผู้หญิงก็ต้องการสามีที่หาเงินเก่ง ทำให้คุณภาพชีวิตของเธอดีขึ้นกว่าเดิม เพราะจูรันเองก็แต่งงานเพราะคิดว่า การที่ได้สามีเป็นหมอ จะทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นและมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น

 

การให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์

คนเกาหลีมักแต่งตัวดี ดูแลหุ่น รวมไปถึงคลินิกศัลยกรรมที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพราะบ้านเขาให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์มาก เพราะเชื่อว่าการมีภาพลักษณ์ที่ดีจะช่วยยกระดับชีวิตของตัวเองได้ จะเป็นที่ยอมรับจากทุกคนในสังคม จนมีคำนิยามสองคำคือคำว่า เชมยอน คือการการรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง ภาพลักษณ์ของครอบครัว และภาพลักษณ์ขององค์กร ถ้าไปเที่ยวที่เกาหลี เราจะเห็นกระจกบานใหญ่มีอยู่ทุกที่ในสถานีรถไฟใต้ดินแบบเห็นเต็มตัว ไว้ให้เราเช็กว่าตอนนี้สภาพของเราดูดีไหม หรือการทำศัลยกรรมหลังจากเรียนจบ แม้จะเรียนจบจากที่เดียวกันมาก วุฒิการศึกษา ประสบการณ์เท่าเทียมกันหมด แต่หน้าตาและรูปลักษณ์ของคุณ A ดีกว่า คนที่ได้รับเลือกให้เข้าทำงานก็คือคุณ A การที่คนที่มีรูปลักษณ์ดีกว่า จะได้รับความสนใจและการยอมรับเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมเกาหลี

ส่วนอีกคำหนึ่งก็คือ ชาลนันซอก หรือการสร้างภาพของคนเกาหลี อวดสถานะทางสังคมที่เกินจริง เลื่อนสถานะทางสังคมด้วยการแต่งงานกับคนรวย มีที่พักในย่านกังนัมกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิต หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ทั้งหมดก็เพื่อให้ได้การยอมรับ

 

 

สังคมชนชั้นและวรรณะในสังคมเกาหลี

ตัวอย่างแรกคือชนชั้นของการให้ความเคารพ เหมือนที่เห็นในซีรี่ส์เกาหลี เวลาหลังเลิกงาน หัวหน้าสั่งให้ไปกินเหล้าด้วยก็ต้องไป โดยไม่มีข้อแม้ เป็นสังคมที่ผู้น้อยต้องฟังผู้ใหญ่ รุ่นพี่รุ่นน้องมีความสำคัญมากๆ ในหนังสือเล่มนี้จะสะท้อนให้เห็นชัดมากๆ ในชีวิตในที่ทำงานของซังอึน ที่มีอาชีพเป็นพนักงานที่นอนในห้างสรรพสินค้า ต้องเชื่อฟังหัวหน้าและห้ามขัด แม้แต่การโฆษณากับลูกค้าว่าเตียงนี้นุ่มสบาย อย่างที่ตัวเองได้เคยลองนอน ในความเป็นจริงแล้วซังอึนไม่เคยได้ลองนอนบนที่นอนเลยสักครั้ง เพราะเป็นข้อห้ามที่หัวหน้าสั่งไว้

เรื่องของการศึกษาก็สำคัญ ในเรื่องจะมีตัวละครที่เป็นลูกของจูรันและสามี ที่ได้รับความกดดันเรื่องการเรียนมาก ถ้าเรียนจบออกมาแล้วได้เป็นหมอ เป็นนักกฎหมายจะสามารถเปลี่ยนสังคมได้ เหมือนที่จูรันพยายามจะหาสามีที่ดี เพราะตัวเองไม่สามารถเรียนจบ มีงานดีๆ ทำได้ จึงคิดว่าสามีนี่แหละจะเป็นคนที่เปลี่ยนสถานะทางสังคมได้

อีกประเด็นคือแนวคิดการจัดคนตามช้อน ที่คนในสังคมจะจัดคนออกเป็นช้อน 4 ช้อน นั่นคือ ช้อนทอง ช้อนเงิน ช้อนทองแดง และช้อนดิน

ช้อนทอง คือ คนที่รวยมาก เป็นกลุ่มนักธุรกิจ เซเลปต่างๆ จัดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากในประชากรของเกาหลีใต้

ช้อนเงิน คือ คนชั้นกลาง คนที่มีการศึกษาจบปริญญาตรี ปริญญาโท มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ปานกลาง

ช้อนทองแดง คือ ประชากรที่มีรายได้ต่ำ หาเช้ากินค่ำ เช่น รปภ. แม่บ้าน คนทำความสะอาด

ช้อนดิน คือ เป็นผู้ใช้แรงงาน กรรมกร ซึ่งถือเป็นชนชั้นล่างสุดของสังคม ไม่แตกต่างอะไรกับชนชั้นวรรณะในอินเดีย มันคือการจัดสังคมเป็นพีระมิด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของจูรัน หรือครอบครัวของซังอึน ก็ไม่ได้การันตีว่าการอยู่ในชนชั้นที่สูงกว่าแล้วจะทำให้ชีวิตของคุณมีความสุข ทั้งสองคนก็มีความทุกข์ไม่ต่างกัน

 

หนังสือเล่มนี้เหมาะมากสำหรับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบควรอ่าน การใช้ชีวิตคู่การพูดตรงๆ มันเป็นเรื่องที่ดี ดีกว่าการที่แอบไปทำอะไรลับหลังแล้วทำให้เกิดปัญหา หรือหากอีกฝ่ายทำอะไรที่ไม่ถูกใจอยู่บ่อยๆ ถ้ามันปล่อยไปได้ก็ให้ปล่อยไป

 ไม่มีความสัมพันธ์แบบไหนที่จะเหมือนเดิมไปได้ตลอด วันนี้เราเป็นแบบนี้ วันพรุ่งนี้อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่งก็ได้ อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับในข้อดีข้อเสียของคนคนนั้นได้หรือเปล่า

 

มีอะไรในสวนหลังบ้าน

 

สั่งซื้อ คลิก

 


บทความอื่นๆ

แนะนำนิยายเกาหลีพล็อตสุดล้ำ จากมือรางวัลระดับประเทศ!

การฆ่าตัวตายในสังคมเกาหลี และความหมายของการมีชีวิตอยู่

รวมนิยายญี่ปุ่นน่าอ่าน ครบทุกรสชาติ ที่คุณควรอ่านสักครั้งในชีวิต

แนะนำนิยายสืบสวน ทั้งไทยและต่างประเทศที่คุณไม่ควรพลาด!

รวมหนังสือของ แดน บราวน์ นักเขียนนวนิยายสืบสวนชื่อก้องโลก

นิยายของ สตีเวน คิง (Stephen King) ราชาแห่งนิยายสยองขวัญที่คุณไม่ควรพลาด

ใส่ความเห็น

0