ทิ้งนิสัยไม่ดีเหล่านี้ แล้วการทำงานของคุณจะราบรื่นขึ้น

ไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่ นิสัยไม่ดี อย่างแน่นอน บางครั้งนิสัยที่ทำอยู่อาจไม่ได้ส่งผลกระทบกับเพื่อนร่วมงานอย่างเดียว อาจกระทบกับตัวเราโดยตรงด้วยซ้ำ ที่นอกจากจะทำให้การงานไม่ราบรื่นแล้วยังทำให้การทำงานของคุณไม่พัฒนาขึ้นอีกด้วย

มาดูกันว่า นิสัยไม่ดี แบบไหนที่ควรทิ้งก่อนจะก่อให้เกิดผลเสียไปมากกว่านี้!

 

นิสัยเอาดีเข้าตัวเอง

คนที่เอาดีเข้าตัวเองมักจะทำให้คนรอบข้างไม่พอใจอยู่บ่อยครั้ง แต่คนที่ทิ้งนิสัยนี้ได้จะมีแต่คนเข้าหา ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย เราทราบกันดีว่าทุกคนอยากให้คนอื่นชื่นชมผลงานตัวเอง การที่ขายงานได้ ยอดขายเพิ่มขึ้น ลดต้นทุนการผลิตได้ ถ้าตัวเองได้ทุ่มเทเพื่อเรื่องเหล่านี้ คงอยากบอกคนอื่นว่า “เป็นผลงานตัวเอง”

แต่ทันทีที่นำเสนอตัวเอง เป็นไปได้ที่คนรอบข้างจะมองว่า “ไม่ใช่แกทำคนเดียวเสียหน่อย” “จะขโมยงานคนอื่นเหรอ” “ขอบคุณเพื่อนร่วมงานคนอื่นไม่เป็นเหรอ” หรือ “น่าหมั่นไส้จริงๆ”

เวลาได้ยินคำว่า “ทำได้ดีมาก นี่เป็นผลงานของคุณแท้ๆ” ให้สะกดใจไว้ ปล่อยวางจากคำเยินยออ และยกความดีความชอบให้คนรอบข้างดีกว่าว่า “ไม่หรอกครับ ผมทำได้ขนาดนี้เพราะทุกคนให้ความช่วยเหลือต่างหาก” คนรอบข้างจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างและอ่อนน้อมถ่อมตน จนเกิดความรู้สึกเชื่อใจและอยากทำงานกับคุณอีก

 

นิสัยขี้ทะนงตัว

การแสดงความทะนงตัวต่อคนอื่นเช่น “เสียหน้าเวลาโดนคนอายุอ่อนกว่าใช้” หรือ “การเอ่ยปากขอโทษก่อนเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรี” ความคิดแบบนี้นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังขัดขวางความก้าวหน้าในการทำงานด้วย

คนแบบนี้เวลาโดนคนอื่นล้อเลียน ดูถูก หรือวางท่าใส่ จะรู้สึกว่า “เสียศักดิ์ศรี” หรือ “ยอมไม่ได้” เพราะพวกเขาสนใจแต่ “การอวดเบ่ง” ซึ่งเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กับการเปรียบเทียบของคนอื่น พอรู้ว่าอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าก็วางท่าข่ม เช่น แสดงท่าทีเย่อหยิ่งต่อพนักงานในร้านอาหาร หรือโต้เถียงอย่างเอาเป็นเอาตายกับคนที่ค้านความเห็นของตน

คนที่ทิ้งความทะนงตัวได้ จะยอมรับคำสอนแม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่า เพราะเขาให้ความสำคัญกับการเติบเต็มความรู้ การสร้างคอนเน็กชั่น และความก้าวหน้าของตัวเอง

 

นิสัยขี้อิจฉา

พอมีใครประสบความสำเร็จ จะต้องมีคนบอกว่า “เจ้านั่นคงใช้เล่ห์กลอะไรละสิ” หรือ “เดี๋ยวก็ไปไม่รอด” เวลาเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องเลื่อนขั้น มักมีคนดูแคลนว่า “ทำไมถึงเป็นเจ้านั่น” หรือ “บริษัทมองคนไม่เป็นหรือไง”

คนขี้อิจฉามีจุดร่วมอย่างหนึ่งคือ ถึงแม้จะเกลียดความพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่กล้าสู้ซึ่งๆ หน้า และมีแนวโน้มสูงว่าคนขี้อิจฉาจะเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีจนไม่อยากยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะพยายามทำให้เหนือกว่าอีกฝ่าย

การพูดให้อักฝ่ายตกต่ำเป็นเรื่องง่าย แถมยังทำให้ตัวเองดูสูงขึ้น เพียงแต่พูด แค่เขียน ไม่ต้องใช้ความพยายาม ไม่ต้องต่อสู้ จึงไม่แปลกที่คนจำนวนมากเลือกที่จะอิจฉามากกว่าพยายามด้วยตัวเอง

ปัญหาใหญ่สุดของความอิจฉาแบบนี้คือ การเสียโอกาสเรียนรู้จากผู้อื่น และไม่อาจวิเคราะห์ความสำเร็จของผู้อื่นได้อย่างละเอียด นับเป็นการสูญเสียอันใหญ่หลวง!

 

 

นิสัยใช้เวลาไปกับเรื่องไม่สำคัญ

คนเรามักใช้เวลาไปกับเรื่องไม่สำคัญ เช่น การประชุมที่ขาดประสิทธิภาพ ไม่ได้ข้อสรุป งานเลี้ยงสังสรรค์ที่ได้แต่นั่งปรับทุกข์โดยไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน หรือการรับส่งเมลหรือสติกเกอร์ไลน์ที่ไม่ได้สำคัญอะไร

เราจำเป็นต้องคัดแยกเวลาที่สำคัญจริงๆ ออกมาจากบรรดากิจวัตรอื่นๆ เรื่องไหนที่ไม่จำเป็นให้ตัดทิ้งไปเลย นอกจากนี้ให้เลิกใช้เวลาไปกับเรื่องที่ทำให้ตัวเองอ่อนแอ ว่างเปล่า รู้สึกผิด หรือมองตัวเองในแง่ลบ ในทางเดียวกัน ให้หาเวลาที่เชื่อมโยงไปสู่ความเชื่อมั่นของตัวเอง หาเวลาที่ทำให้ตัวเองมีความสุข ถ้าเป็นไปได้ให้หาช่วงเวลาแบบนี้ทุกวัน

นิสัยทุ่มเทกับงานอย่างไม่มีความสุข

การมุ่งมั่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างต่อเนื่องสำคัญก็จริง แต่การหยุดอยู่แค่เรื่องเดียวเท่ากับเป็นการทิ้งโอกาสท้าทายเรื่องอื่นไปด้วย การเปลี่ยนงานจะทำให้มีทักษะหลายๆ อย่างติดตัวไป การได้ทักษะใหม่ๆ และได้ท้าทายสิ่งใหม่ๆ ยังทำให้วิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีจัดการของเราเปลี่ยนไปจากเดิม

การถูกดุด่าทุกวัน เพื่อนร่วมงานชอบนินทา ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว ความเครียดทำให้รู้สึกไม่อยากไปทำงานในตอนเช้า เบื่ออาหาร ไม่อยากกินอะไร การทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจพังยับเยินขนาดนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆ ชีวิตกับร่างกายสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้น เพื่อป้องกันสุขภาพและความภาคภูมิใจในตนเองที่ยังหลงเหลืออยู่ จึงควรตัดสินใจ “ลาออก”

หากกำลังลังเลว่าจะลาออกดีหรือไม่ ให้ลองคิดถึงสภาพแวดล้อม ณ ปัจจุบันกับนิสัยของตัวเองอย่างรอบคอบ แล้วพิจารณาว่างานตอนนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหรือเปล่า ใช้หลักเกณฑ์ว่า “ชีวิตตอนนี้สนุกดีไหม” แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง

 

ข้อมูลจากหนังสือ ทิ้งนิสัยไม่ดี แล้วจะมีความสุข

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก

 


บทความอื่นๆ

วิธีเลิกเป็นคนดีแบบมืออาชีพ เป็นคนดีแล้วชีวิตแย่ลงก็เลิกซะ

ใช้ชีวิตให้มีความสุข ด้วยการเลิกทำสิ่งเหล่านี้

เปลี่ยนนิสัยตัวเองให้ดีขึ้น ด้วยการทำสิ่งเหล่านี้

วิธีวางตัวให้เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน ไปอยู่ที่ไหน ใครๆ ก็ชอบ

เลิกนิสัยแย่ๆ เหล่านี้ แล้วชีวิตจะดีขึ้น

 

 

 

 

ใส่ความเห็น