พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็น “คิมรันโด” ที่ปรึกษาวัยรุ่นแห่งประเทศเกาหลี

                นักศึกษามหาวิทยาลัยโซลเรียก คิมรันโด เขาว่า ‘อาจารย์รันโด’ หลังจากหนังสือ ‘เพราะเป็นวัยรุ่น จึงเจ็บปวด’ ถูกตีพิมพ์ เขาก็ได้รับการขนานนามให้เป็นที่ปรึกษาวัยรุ่นแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้

นอกจาก คิมรันโด จะโด่งดังในหมู่วัยรุ่นประเทศเกาหลีแล้ว ยังมีผลงานที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์และแปลเป็นภาษาไทยอีกมากมาย

‘คิมรันโด’ คือใคร

                อาจารย์รันโดเกิดวันที่ 2 มีนาคม ปี ค.ศ. 1963 ในปี ค.ศ. 1997 เริ่มทำงานเป็นอาจารย์ประจำที่ภาควิชาการบริโภค คณะเคหศาสตร์ มหาวิทยาลัยโซล ได้รับเลือกจากการประเมินของนักศึกษาให้เป็น ‘อาจารย์ที่ปรึกษาดีเด่น’ และได้รับ ‘รางวัลการศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยโซล’ และมีชื่อคลาสวิชาหนึ่งว่า ‘คาบเรียนอาจารย์รันโด’ ซึ่งเป็นที่นิยมในบรรดานักศึกษามาก ถึงขนาดจำนวนศึกษาที่ลงทะเบียนในอินเตอร์เน็ตจะเต็มอย่างรวดเร็ว

 

ผลงานของ ‘คิมรันโด’

                     ‘เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด’ ผลงานหนังสือเล่มแรกได้ถูกตีพิมพ์ไปทั่วโลก อาทิ ไทย ไต้หวัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ บราซิล ญี่ปุ่น เวียนนาม ฯลฯ ติดอันดับหนึ่งหนังสือขายดี ในเว็บไซต์ amazon.com ประเทศจีน ยาวนานกว่า 16 สัปดาห์ และได้รับฉายาว่าเป็นฮันรยู (ผู้แปล Korean wave = กระแสเกาหลี) ในสาขาหนังสือ

                      อาจารย์รันโด เขียนหนังสือเล่มนี้เพราะต้องการให้ลูกชายซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นอ่าน เขาเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอกับลูกศิษย์หลากหลายประเภทในมหาวิทยาลัย ช่วยชี้แนวทางวัยรุ่นเกี่ยวกับเรื่องการเรียน การเก็บเงิน การหางานทำที่มีความสุขและสามารถมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเด็กอยู่ในช่วงวัยใกล้เรียนจบ กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน มักจะมีความกังวลเรื่องเหล่านี้มากเป็นพิเศษ

 

                   หนังสือเล่มที่ 2 ‘พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็นผู้ใหญ่’ ถูกตีพิมพ์ในประเทศจีน ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ ถูกเชิญไปบรรยายในรายการ “ห้องเรียนเลือดพล่าน白熱敎室” สถานีโทรทัศน์ NHK ตลอด 4 สัปดาห์ มียอดขายในประเทศเกาหลีสูงถึงสองล้านเล่ม

                   หนังสือเล่มนี้คล้ายๆ เล่มต่อของเรื่องเพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ใช้วิธีการเขียนคล้ายคลึงกัน แบ่งเป็นหัวข้อชัดเจน เปรียบเสมือนคู่มือในการดำเนินชีวิตและสร้างกำลังใจสำหรับวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบ และต้องก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความกังวล และความกดดัน แนะนำวิธีการสมัครงานให้น่าสนใจ การเติมพลังชีวิตด้วยการไปหากิจกรรมใหม่ๆ ทำในวันหยุด อย่างการท่องเที่ยว ค้นหาความสุขอื่นที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยสมบูรณ์

                      ‘ในเวลาที่หม่นเศร้า ชีวิตก็ยังเป็นของเรา’ ผลงานของอาจารย์รันโด ในเล่มนี้จะเล่าถึงความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้า สับสน และความสิ้นหวัง ที่แม้ว่าจะล้มสักกี่ครั้ง แต่เราก็ต้องพาความฝันที่ลุกโชน พุ่งทะยานไปสู่เป้าหมาย และยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาชีวิตให้ได้

                      อาจารย์รันโดกล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนบันทึกที่เขียนขึ้นเพื่อเอื้อมคว้าชีวิตที่พลัดกระจายเหมือนควันในเวลาที่ตัวเองหม่นเศร้ากลับคืนมา เรื่องราวเหล่านี้ทำให้ได้ย้อนกลับไปพิจารณาทุกซอกทุกมุมของจิตใจและชีวิตประจำวันของตัวเอง จนในที่สุดก็ค้นพบว่า ชีวิตคือการดำรงอยู่เพื่อ เอาชนะความสิ้นหวัง หดหู่ ความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนขึ้นอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

 

                    ‘จงหางานที่มีแต่คุณเท่านั้นที่ทำได้’ อาจารย์รันโดเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อหวังว่าวัยหนุ่มสาวทุกคนจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเพื่อปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า ไม่ใช่แค่การเป็นพนักงานธรรมดาๆ แต่เป็นคนทำงานที่มี “งานของตนเอง” อย่างแท้จริง

เป็นตัวช่วยที่ทำให้มองเห็นมุมมองของสังคมและส่วนตัวได้อย่างลึกซึ้ง เปรียบเสมือนเป็นเข็มทิศสำหรับวัยรุ่นที่ดำเนินชีวิตเพื่ออนาคตของตัวเอง

                   ‘แด่งานของฉัน แด่วันพรุ่งนี้’ หลังจากที่อาจารย์รันโดได้เขียนหนังสือเรื่อง เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด และ พันครั้งที่หวั่นไหว กว่าจะเป็นผู้ใหญ่ จบลง เขาใช้เวลายาวนานกว่าหนึ่งปีในการออกเดินทางไปพูดคุยกับคนหนุ่มสาวทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงาน KBS Panorama ของเกาหลีใต้เพื่อถ่ายทำรายการสารคดีมาพร้อมกับการเขียนหนังสือเล่มนี้ สำหรับการตามหาว่างานเพื่อวันพรุ่งนี้ของคนหนุ่มสาวในยุคนี้จะเป็นอย่างไร

                   การเดินทางของเขาเริ่มต้นที่โรงเรียนฝึกอบรมพ่อบ้านประเทศอังกฤษ แล้วย้ายไปต่อที่โรงเรียนช่างไม้ที่เนเธอร์แลนด์ ก่อนไปพบกับคนที่ทำงานยุคดิจิทัลเร่ร่อน ผู้เปลี่ยนข้อจำกัดในการทำงานที่อังกฤษ เต้นรำกับความยากจนที่ธนาคารกรามีน บังคลาเทศ แล้วย้ายข้ามฟากไปพบที่ทำงานแสนสนุกอย่างกูเกิล อเมริกา ก่อนมุ่งหน้าสู่เมืองศิลปะชมงานในโรงเรียนหัตถกรรมเครื่องหนังอิตาลี แล้วหันไปมองร้านกาแฟเล็กๆ ที่เอาชนะแฟรนไซส์ใหญ่โตของโลกอย่างสตาร์บัคส์ได้ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ปิดท้ายด้วยร้านขายมันฝรั่งทอดแห่งความปรารถนาที่ประเทศเกาหลี

                   จากการสำหรับและพูดคุยกับคนหนุ่มสาวทั่วโลก เขาก็ได้แบ่งงานในโลกยุคใหม่เป็น 6 ประเภท คือ 1. งานที่ใช้แรงงาน 2. งานไม่ประจำที่ย้ายที่ทำงานได้เรื่อยๆ 3. ธุรกิจเพื่อสังคม 4. งานที่เล่นสนุกได้ไม่แพ้การทำงานหนัก 5. คันทรี่บอย หนุ่มสาวที่กลับไปทำงานที่บ้านเกิด และ 6. ธุรกิจเกิดใหม่ขนาดเล็กที่เป็นพลังขับเคลื่อนโลก ซึ่งงานทั้ง 6 ประเภทนี้ก็คือตัวอย่างงานแห่งอนาคตที่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ทั่วโลกกำลังไขว่คว้ากันอยู่นั่นเอง

 

 

เพราะเคยล้มเหลวมาก่อน จึงเข้าใจวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

อาจารย์รันโด เคยเล่าถึงความเจ็บปวดของตัวเองไว้ในหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ไว้ว่า

                ผมหวนนึกถึงตัวเองในปี ค.ศ. 1987

                ขณะนั้นผมอายุยี่สิบห้าปี น่าจะเป็นเดือนมิถุนายน คุณพ่อที่สุขภาพแข็งแรงมาก จู่ๆเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จากนั้นไม่นานคุณย่าที่อยู่ต่างจังหวัดได้เสียชีวิตลง ผมที่เพิ่งเข้าเรียนปริญญาโทชั้นปีหนึ่ง จึงต้องไปเป็นเจ้าภาพงานศพแทนคุณพ่อที่กำลังป่วย

                เดือนธันวาคมในปีนั้น ผมได้รับแจ้งจากคุณหมอว่า อาการโรคมะเร็งปอดขั้นสุดท้ายของคุณพ่อไม่สามารถรักษาให้หายได้แล้ว เป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย ต่อมาไม่นานผมได้รับแจ้งว่าคุณปู่เสียชีวิตลงแล้ว ผมต้องกลับไปเป็นเจ้าภาพงานศพอีกครั้ง และเดือนพฤษภาคมในปีถัดมา ผมต้องเป็นเจ้าภาพงานศพของคุณพ่อตัวเองอีกครั้ง

 

                ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ ในระยะเวลา 11 เดือน ต้องเป็นเจ้าภาพงานศพของคนที่ตัวเองรักถึงสามครั้ง ความยากลำบากที่แท้จริง ไม่ใช่การคร่ำครวญต่อการจากไปของคนที่เรารัก แต่คือความฉุกละหุกที่ต้องจัดงานศพถึงสามครั้ง เพราะผมเป็นลูกชายคนโต จึงต้องมีความรับผิดชอบที่สุด การแบกรับความรับผิดชอบไว้เพียงลำพังช่างยากลำบากเหลือเกิน

                ยิ่งคุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า เสียชีวิตลงในคราวเดียวกัน ปัญหาด้านการจัดการทางกฎหมายก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น ถึงผมจะเคยเรียนกฎหมายมาก่อน แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้โดยตรง การแจ้งเสียชีวิตทางกฎหมาย การคำนวณภาษีมรดกที่ต้องจ่าย

 

                ปี ค.ศ. 1988 ต้นฤดูร้อน ผมสอบตก ได้รับหมายเรียกเกณฑ์ทหารที่เคยขอเลื่อนไว้ เลิกกับแฟน คุณพ่อ คุณปู่ คุณย่าเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน ราวกับว่าแค่ข้ามปีปัญหาและความทุกข์ทุกอย่างก็ระเบิดขึ้นพร้อมกัน

                ผมที่เคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ในวัยเด็กมาก่อน ไม่อยากให้ใครต้องพบเจอความลำบากที่ผมเคยประสบมาเลย เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือได้ ผมคิดว่าหากเป็นผู้ใหญ่กว่านั้นหน่อย น่าจะรับมือกับปัญหาและความทุกข์ที่เกิดขึ้นได้ดีกว่า

 

                ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อ B ซึ่งผมในวันนั้นอาจปลอบโยนและให้กำลังใจเขายังไม่เต็มที่นัก เขียนขึ้นเพื่อคุณที่อาจประสบความทุกข์ ต้องรับมือกับปัญหาต่างๆเพียงลำพัง และเขียนขึ้นเพื่อตัวผมในอดีตที่ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์เกินวัย

 

หนังสือที่ขายดีที่สุดของคิมรันโด

                หนังสือที่ขายดีที่สุดของอาจารย์รันโด คือ ‘เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด’ มียอดตีพิมพ์ขายที่เกาหลีสูงกว่าล้านเล่ม และพิมพ์ซ้ำ 35 ครั้งในประเทศไทย หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกที่เกาหลีปลาย ปี ค.ศ. 2010 ถูกแปลเป็นภาษาไทย จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ บราซิล และเวียดนาม

               จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้น่าสนใจมาก เป็นการปลอบโยนจิตใจอันแสนบอบช้ำและเหนื่อยล้า ไม่ชี้นำว่าควรทำอย่างไรต่อชีวิต โดยเขียนขึ้นเพื่อลูกชายทั้งสองที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ต้องเตรียมสอบ ต้องเตรียมผลักดันชีวิตเข้าสู่สังคม และได้รับเลือกให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

               สำหรับคนที่กำลังทุกข์ใจและสับสนกับเส้นทางใหม่ๆ หลังจากเรียนจบ ไม่ควรพลาดที่จะหาซื้อหนังสือสักเล่มของอาจารย์รันโดไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ รับรองเลยว่าเส้นทางในการใช้ชีวิตข้างหน้าของคุณจะชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน!

 

 

ดูหนังสือของคิมรันโดทั้งหมด คลิก

 


บทความอื่นๆ

8 หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ จากคนดังและองค์กรชั้นนำทั่วโลก

Factfulness ฉบับแปลไทย! หนังสือที่บิล เกตส์มอบให้นักศึกษาจบใหม่ทุกคน

5 หนังสือแนะนำ ที่ควรซื้อเป็นของขวัญปีใหม่

วินนีเดอะพูห์ เคล็บลับความสุขที่เราเรียนรู้จากหนังสือเด็กที่ผู้ใหญ่ก็ควรได้อ่าน

Into The Magic Shop หนังสือที่จองกุก BTS ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง Magic Shop

ใส่ความเห็น