คนโชคดี

คนโชคดี ใครๆ ก็เป็นได้ แค่รู้จักวิธีและคิดต่างจากคนทั่วไป

ในโลกนี้คงไม่มีใครไม่อยากเป็น คนโชคดี คนที่พกดวงมาเต็มกระเป๋า มีโชคเรื่องด้านต่างๆ เช่นถูกลอตเตอรี่ จับฉลากได้รางวัลใหญ่ หรือกระทั่งการรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ

เราจึงเรียกคนเหล่านี้ว่าเป็นคนโชคดี อยากสัมผัสประสบการณ์โชคดีสักครั้ง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วโชคดีเกิดขึ้นในชีวิตเราเป็นประจำเพียงแต่ไม่เคยสังเกตหรือสนใจก็เท่านั้น

มาดูกันว่าจะมีทางไหนที่ทำให้เรากลายเป็น คนโชคดี ได้บ้าง

 

คนโชคดี ไม่พึ่งดวง

ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ดังต่อไปนี้ แล้วลองพิจารณาดูว่า คนแบบไหนที่เรียกว่าคนโชคดี

วันหนึ่ง…คุณได้รับข่าวว่าศิลปินต่างประเทศชื่อดังที่คุณชื่นชอบจะมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย เขาเป็นคนที่คุณชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่ายังไงคุณก็จะหาทางซื้อบัตรคอนเสิร์ตนี้ให้ได้

ผู้จัดเห็นว่าบัตรคอนเสิร์ตน่าจะขายหมดเร็วมาก เพื่อให้เกิดความยุติธรรมจึงมีประกาศล่วงหน้าว่าจะขายบัตรทั้งหมดด้วยวิธีจับฉลาก ผู้ที่มีชื่อเท่านั้นถึงจะได้บัตรคอนเสิร์ตไป

 

คุณจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้บัตรคอนเสิร์ตนี้มา

A ลงทะเบียนไปก่อน จากนั้นก็แล้วแต่ดวง ไปบนบานศาลกล่าวกับวัดหรือศาลเจ้าชื่อดังเพื่อให้ได้บัตรคอนเสิร์ต

B นอกจากจะลงทะเบียนด้วยตัวเองแล้ว ยังให้เพื่อคนอื่นช่วยสมัครด้วย นอกจากนี้ยังหาซื้อบัตรจากผู้ที่ทำงานในแวดวงบันเทิงผ่านคนรู้จักทุกช่องทาง

 

มาดูกันว่า คุณเป็นคนประเภทไหน

A จะได้บัตรหรือไม่ขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ หรือไม่ก็พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

B เป็นคนประเภทใช้ความพยายามทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้

 

สุดท้ายแล้วคนที่มีโอกาสหาบัตรคอนเสิร์ตได้มากกว่าก็คือ B เพราะ B ไม่ได้พึ่งดวงอย่างเดียว แต่ยังใช้ความพยายาม เปลี่ยนความบังเอิญให้กลายเป็นความตั้งใจด้วยกำลังของตน

 

พอเป็นแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็จะคิดว่า “B โชคดีจัง” แต่ไม่คิดต่อว่ากว่าเขาจะได้บัตรมา เขาทำอะไรไปบ้าง ตรงนี้เองที่เป็นข้อแตกต่างระหว่างคนโชคดีกับคนโชคร้าย

 

เพิ่มโชคด้วย “จำนวนครั้ง” และ “ความแม่นยำ”

การจะสร้างโชคทำได้สองวิธีนั่นคือ “การเพิ่มจำนวนครั้ง” และ “การเพิ่มความแม่นยำ” เท่านั้น

สมมติว่าคุณต้องเข้าร่วมการแข่งขันยิงปืน กติกาคือ ใช้ปืนไรเฟิลเล็งให้ถูกเป้าเล็กๆ และอยู่ห่างออกไป 300 เมตร โดยที่คุณไม่มีประสบการณ์ยิงปืนมาก่อน แต่อยากแข่งให้ชนะเพราะคุณรู้ว่า ถ้ายิงถูกเป้าเพียงนัดเดียว เงินรางวัลก้อนโตก็จะเป็นของคุณ ซึ่งการที่จะยิงให้ถูกเป้ามีทางเลือก 2 ทาง

A เล็งไปทางเป้าหมายและยิ่งไม่ยั้ง “ยิงมั่วไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็โดน” (วิธีเพิ่มความถี่)

B ทบทวนความรู้ที่ใช้ เช่นการใช้กล้อง การอ่านทิศทางลม แล้วเล็งแบบนัดเดียวจอด (วิธีเพิ่มความแม่นยำ)

ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีโอกาสที่จะได้เงินรางวัลด้วยกันทั้งนั้น เราสามารถเพิ่มความแม่นยำและความถี่ไปพร้อมๆ กันได้

 

โชคไม่ดี ส่วนใหญ่เป็นการคาดการณ์

เวลาคนเราตัดสินใจเรื่องอะไรสักอย่าง ก็มักใช้คำว่า “ความน่าจะเป็น” จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ใช้การกะแบบคร่าวๆ ปกติแล้วความน่าจะเป็นจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดการเชิงสถิติแล้ว แต่คนเรามักชอบคิดว่า แค่ทำเรื่องเดิมติดกันหลายครั้งสำเร็จ ก็จะนำมาเทียบเคียงกับเรื่องอื่นทั้งหมด

สมมติว่าคุณขึ้นเรือหาปลาลำหนึ่ง

คุณจะเชื่อใครระหว่างกัปตันเรือที่มีประสบการณ์การหาปลามากว่า 40 ปีจนผิวเกรียมแดดที่บอกว่า “วันนี้มีปลาทางทิศเหนือ” กับชาวประมงทั่วไปอายุ 20 ต้นๆ ที่บอกว่า “วันนี้มีปลาทางทิศใต้”

ก็คงคิดว่ากัปตันเรือผู้มากประสบการณ์คงน่าเชื่อถือกว่าชาวประมงหนุ่มอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นกัปตันจอมเก่าขนาดไหนก็ไม่สามารถอ่านความเคลื่อนไหวของปลาทุกตัวได้ เขาแค่อาศัยกึ๋นหรือประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีเท่านั้น

ดังนั้นเขาจึงเตรียมคำพูดอย่าง “วันนี้ดวงไม่ดี” “ไม่มีโชค” เอาไว้ แต่มนุษย์ได้ค้นพบวิธีหาปลาที่แม่นยำโดยไม่ต้องอาศัยโชค นั่นก็คือเครื่องตรวจหาปลา

ถ้าชาวประมงหนุ่มดูเครื่องตรวจหาปลาแล้วบอกว่า “วันนี้ปลาอยู่ทางใต้” คนส่วนใหญ่ก็คงเชื่อเขามากกว่า หากมนุษย์ทุกคนคิดว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติเกิดจากดวง เช่น ฟ้าผ่าลงมาจนไฟไหมบ้าน หรือคนตายเพราะโรคติดต่อ ผู้คนก็จะพูดว่าเป็นเรื่องของ ดวงหรือชะตากรรม และคงไม่มีการคิดค้นสายล่อฟ้าหรือยาปฏิชีวนะ

 

เมื่อคิดว่ามี จะมองเห็นโอกาส

ถ้าคิดว่า “ไม่มี” จะมองไม่เห็นสิ่งที่น่าจะเห็น แต่ถ้าคิดว่า “มี” จะมอง เห็นสิ่งที่น่าจะมองเห็น

 “ฉันดวงดีนะ เวลาคิดถึงใครขึ้นมา จู่ ๆ คนคนนั้นก็โทร.มา ไม่ก็บังเอิญเจอ ข้างนอก…”

คนที่เจอแบบนี้  อาจจะบังเอิญเจอข้างนอก แต่ถึงจะเจอกันก็อาจจะไม่ได้สังเกต หรือถึง สังเกตก็คงแค่ทักทายทั่วไปแล้วแยกย้าย ไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษ จึงไม่ได้ จำเท่าไหร่ แต่เวลาที่ได้ติดต่อหรือได้เจอคนที่คิดถึง เราจะรู้สึกประหลาดใจ และคิดว่าเป็นความบังเอิญที่มีความหมาย

“อ้าว โชคดีจัง กำลังอยากเจออยู่พอดีเลย” ไม่ก็ “กำลังคิดถึงอยู่พอดี เลยนะ”

เพียงแค่เราถ่ายทอดความรู้สึกดีๆ ออกไป อีกฝ่ายก็จะรู้สึกดีที่ตัวเองดูมีคุณค่า ขึ้นมาถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วย เวลาแบบนี้อีกฝ่ายก็พร้อมรับฟัง เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกแบบนี้ ไม่ว่าจะเรื่องธุรกิจหรือเรื่องส่วนตัว การพูดคุยจะ ทำได้ดีกว่าการที่ไม่ได้เอ่ยประโยคอะไรขึ้นมาก่อนเลย “คนโชคดี” จะทำแบบนี้เพื่อให้ตัวเองโชคดีขึ้นอีก

 

เลิกยึดติด

ดร.ริชาร์ด ไวส์แมน กล่าวไว้ว่า

“บรรดาคนที่โชคดีนั้นยอมรับ ประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ไม่ค่อยถูกพันธนาการด้วยเรื่องเดิมๆ ชอบ บรรยากาศที่ดูมีอะไรนอกเหนือไปจากความคาดหมาย”

 

ถ้าให้เปรียบเทียบ ลองคิดถึงร้านอาหารแบบบุฟเฟต์นานาชาติที่มีอาหารจากทั่วทุกมุมโลกดู

ฉันเกลียดอันนี้ อันนั้นด้วย อันนี้ก็กินไม่ได้ อันนั้นก็ไม่ถูกปาก…

มัวเอาแต่เลือกที่รักมักที่ชัง คงไม่อาจสนุกไปกับบุฟเฟต์หลากรสได้ ลองชิมดูก่อน ถ้าไม่ถูกปากก็แค่คายออกมา ไม่ต้องกินต่อเท่านั้น

ระหว่างต้องอยู่กับคนที่กินอะไรก็ดูน่าอร่อยไปหมด กับคนที่กินยากมากเรื่อง คุณอยากเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารกับใคร

แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่กินอะไรก็ดูน่าอร่อยใช่ไหม เหตุผลที่คนโชคดีมักมีคนเข้าหาก็อยู่ตรงนี้ด้วย

 

การปิดโอกาสตัวเองด้วยการเอาแต่เลือกกิน เป็นการลดจำนวนครั้งในการ ลองสิ่งต่างๆ อย่างแท้จริง เพราะจะไม่รู้ว่ามีอาหารอร่อยหลากรสอยู่ที่ไหนใน “บุฟเฟต์ชีวิต” นั่นเอง ไม่ยึดติดกับเรื่องเล็กน้อย นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้ดวงดีขึ้น

 

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ คิดแบบนี้โชคดีตลอดกาล

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่

 


บทความอื่นๆ

เทคนิคโน้มน้าวใจคน ด้วยการพูดเพียงครั้งเดียว

คำพูดแบบไหนทำให้ ความรักสมหวัง ฉบับไม่ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ดูดวงปี 2562 เช็คดวง 12 ราศี ราศีไหนจะรุ่งหรือร่วง โดยหมอช้าง ทศพร ศรีตุลา

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *