วิธีขุด bitcoin

ขุดยังไงให้คุ้ม วิธีขุด bitcoin ด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย

นอกจากจะกำเงินแล้วทำการซื้อขายในตลาดแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ใช้หา bitcoin ด้วยตัวเองเหมือนกัน นั่นก็คือ วิธีขุด bitcion ซึ่งเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ ได้แน่ๆ แต่ได้น้อยหน่อย

ลองมาดูกันว่า วิธีขุด bitcoin ต้องทำอย่างไรบ้าง

 

ขุดเหมืองเพื่อให้ได้เหรียญ

Cryptocurrency ที่แท้จริงนั้น จะต้องมีการสร้าง block มีการทำ Mining หรือขุดเหมืองสร้างเหรียญ

ขึ้นมาด้วยการแก้สมการคณิตศาสตร์ชั้นสูง ไม่ใช่เสกเหรียญขึ้นมาลอยๆ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราจึงไปร่วมขุดเหมืองกับเขาได้ ซึ่งมีเหรียญอยู่มากมายหลายชนิดให้เลือกขุดกัน

 

                                                   เว็บไซต์เหมืองขุดบิตคอยน์ของคนไทย source : hashbx.in.th

 

 

เหมือง hashbx

เหมือง hashbx แห่งนี้ เปิดโกดังตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี เป็นของคนไทยแท้ๆ เต็มตัว ตามตัวได้หากอยากพบเจอ ล่าสุดไปเปิดโกดังขยายเหมืองอยู่ทางไประยอง แถมพ่วงด้วยเปิดฟาร์ม “โซลาร์เซลล์” เอาไว้ข้าง ๆ เพราะต้นทุนที่แท้จริงในการสร้างเหมืองขุดเหรียญ Cryp-tocurrency ก็คือค่าไฟฟ้า เหมืองขุดเหรียญใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมาก ๆ เพื่อการแข่งขันขุดเหรียญกับเหมืองต่างๆ ทั่วโลก การลดค่าไฟฟ้าได้จึงถือเป็นการลดต้นทุนอย่างชาญฉลาด

hashbx ประกาศตัวว่าเป็น cloud mining เนื่องจากตนเป็นเหมืองขุดที่แยกย่อยออกมาจาก AntPool ในประเทศจีน ได้รับสิทธิ์ให้มาเปิดเหมืองที่เมืองไทย แต่เชื่อมเข้าสู่เครือข่ายขุดเหมืองที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง AntPool ได้ นั่นหมายความว่า ถ้าหากคุณสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกขุดเหมือง คุณไม่มีทางรู้เลยว่าหัวขุดที่เมืองไทยหรือเมืองจีนกำลังขุดให้คุณอยู่ในเวลานี้

การสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกขุดเหมืองกับ Mining Pool ต่างๆ นี้ คือการ “เช่า” หัวขุดหรือเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ขุด Cryptocurrency นั่นเอง เป็นการลงทุนที่เราไม่ต้องไปแสวงหาซื้อเครื่องมาตั้งขุดเอง ไม่ต้องเสียเวลามาคอยดูแล บำรุงรักษาเครื่อง ด้วยเงินที่เราจ่ายเป็นค่าบริการ ทางเหมืองเหล่านี้จะมีทีมงานคอยดูแลแทนเราอยู่ตลอดเวลา

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่สัญญาเช่า “กำลังขุด” ว่าเป็นระยะเวลาเท่าใด ในเว็บต่างประเทศหลายแห่ง สัญญาเช่ายาวเพียง 3 ปีบ้าง 10 ปีบ้าง หมดสัญญาก็จบกัน เงินลงทุนก็จะหมดไป ได้กำไรเป็นเหรียญ Cryptocurrency กลับมา แต่สำหรับที่ hashbx อายุสัญญาเช่าคือตลอดชีวิต

อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาด้วยก่อนจะเลือกขุดกับเหมืองใดก็คือ “การโอนขายกำลังขุด” นั้น ทำได้หรือไม่ Mining Pool หลายแห่งจะไม่ยอมให้เราขายหรือโอนกำลังขุดไปให้ผู้อื่น แต่ในอีกหลายเหมือง เช่น hashbx เปิดให้เราโอนกำลังขุดไปให้ผู้อื่นได้ นั่นก็เท่ากับว่า เราสามารถขายได้หากคิดจะเลิกขุดเหมือง

 

 

                                          เหมืองขุดบิตคอยน์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ source : hashbx.in.th

 

เหมืองขุดบิตคอยน์ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

ด้วยเหตุที่ต้องใช้เงินลงทุนที่สูงมากสำหรับฟาร์มโซลาร์เซลล์ และเหมืองขุดขยายตัว ทาง hashbx จึงออกเหรียญ ICO ของตนเองออกมา ซึ่งเมื่อนับอายุกันแล้ว ICO ของ hashbx หรือที่เรียกว่า HBX Token นี้ น่าจะเป็น ICO ตัวแรกสุดของประเทศไทยด้วยซ้ำไป เพียงแต่เป็น ICO ที่แปลกสักหน่อยตรงที่ไม่มีการ white paper และเสนอขายเฉพาะในกลุ่มคนที่รู้จักที่เข้ามาขุดเหมืองบิตคอยน์ก่อนหน้านี้เป็นหลัก

การสมัครเข้าเป็นสมาชิกขุดเหมือง ก็ไม่แตกต่างไปจากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกในเว็บกระดานซื้อขาย คือต้องใช้อีเมลมาสมัคร มีการพิสูจน์ว่าเราเป็น “คน” และมีการตรวจสอบ KYC

แต่วิธีการสมัครเป็นสมาชิกใน Mining Pool นั้นต่างไปจากการสมัครเป็นสมาชิกในเว็บซื้อขายตรงที่ว่า จะต้องมีลิงค์ของ “ผู้แนะนำ” เข้ามาก่อน ซึ่งกับ hashbx เองก็เช่นเดียวกัน และผู้แนะนำซึ่งต้องเป็นนักขุดเหมืองเช่นกันนั้น จะได้ผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์โดยคิดเป็นจำนวนเครดิตให้จากทางเหมือง ไม่ใช่ได้ประโยชน์จากทางคุณ จึงไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่แต่อย่างใด ดังนั้นคุณผู้อ่านต้องลองติดต่อหาผู้แนะนำสักคนหนึ่งก่อนสมัคร

หลังจากสมัครได้แล้ว คุณจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้แนะนำ ณ จุดเริ่มต้นให้คุณมีเครดิต หรือที่เรียกว่า CRD ในครั้งแรกก่อน เพราะการซื้อกำลังขุดนั้นจะใช้ CRD เป็นสำคัญ ไม่ได้ใช้สกุลเงินอื่นใดเลย โดยใน hashbx จะตั้งอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ที่ 1 CRD = 1 USD โดยประมาณ

ในการเข้าไปร่วมขุดเหมือง สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่ แวะเข้าไปดูประมาณเดือนละ 1 – 2 ครั้งว่า CRD ที่เรามีอยู่นั้นหมดหรือยัง ถ้าหากมันลดน้อยลงไปจนอาจจะมีไม่มากพอให้ระบบตัดจ่ายเป็นค่าไฟฟ้า ระบบจะหยุดการขุด เราก็ต้องแปลงบิตคอยน์ที่เราขุดได้ไปเป็น CRD เพื่อให้ระบบขุดต่อไปได้ หรือถ้าเห็นว่าราคาของหัวขุดลดต่ำลงมาจนน่าสนใจ ก็สามารถเข้าไปซื้อกำลังขุดเพิ่มเติมได้

 

ตั้งเครื่องขุดเองที่บ้าน

การเข้าถือครองอีกแบบ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ใจเย็น รู้จักรอเวลา คือ การตั้งเครื่องขุดเองที่บ้าน ทุกอย่างนั้นแทบไม่แตกต่างไปจากการ ไปซื้อกำลังขุดร่วมกับ Mining Pool เลย เพียงแต่เราอยากซื้อเครื่อง มาเป็นของเราเอง ดูแลเอง จ่ายค่าไฟฟ้าเอง และบำรุงรักษามันด้วย ตนเอง

การตั้งเครื่องขุดเองที่บ้าน คือการใช้คอมพิวเตอร์ในการขุด หัวใจของการขุด หรือการประมวลผลโดยใช้ฮาร์ดแวร์ นั่นก็คือการ์ดจอ Graphic card หรือ GPU นั่นเอง ซึ่งมีข้อดีตรงที่ว่า เราสามารถ เปลี่ยนชนิดของเหรียญ Cryptocurrency ที่จะขุดได้ตามใจชอบ สุดแล้วแต่ว่า ณ เวลานั้นเหรียญใดมีราคาดี (แต่ก็เลือกได้ไม่เกินไปกว่า ที่อัลกอริทึมของการ์ดจอจะทำงานได้) ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับการ เข้าร่วม Mining Pool ที่ถ้าหากเป็นเหมืองที่ขุดบิตคอยน์ มันก็จะขุด แต่เหรียญบิตคอยน์อยู่เช่นนั้นตลอดไป

 

ขั้นตอนการติดตั้งเครื่อง

การตั้งเครื่องขุดเองที่บ้านนั้น เหมาะสำหรับคนที่พอมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ในระดับหนึ่ง คือรู้ดีว่าจะไม่โดนร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลอก รู้ดีว่าตนเองกำลังซื้ออะไรมาทำอะไร สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในบางกรณีได้ เช่น ทำอย่างไรเมื่อเครื่องหยุดทำงาน รู้ว่าจะควบคุมหรือป้องกันระบบในเรื่องความร้อนขึ้นสูงได้อย่างไร รู้ว่าจะประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างไร เป็นต้น

โดยเฉพาะการควบคุมความร้อนนั้น เป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเรา จะเปิดเครื่องปรับอากาศเลี้ยงเครื่องเอาไว้ทั้งวันก็จะเปลืองไฟเกินไป โดยปกติการ์ดจอเมื่อทำงานจะค่อนข้างร้อนและระบายความร้อนด้วยตัวพัดลมของการ์ดจอเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิห้องที่ตั้งเครื่องขุดนั้นสูงขึ้นไปด้วย บางคนถึงขั้นเดินระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ Water cooling เพื่อให้ช่วยระบายความร้อนแน่นอนว่านั่นถือเป็นมาตรการ “เหนือชั้น” ทีเดียว ทั้งด้านประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้ดี เสียงรบกวนที่น้อยกว่า รวมถึงอุณหภูมิห้องที่ตั้งเครื่องขุดก็จะลดลง เมื่อเทียบกับการใช้พัดลมของตัวการ์ดจอเพียงลำพัง

 

วิธีเลือกอุปกรณ์

การ์ดจอต้องมีความสามารถในการขุดอะไรบ้าง นั่นคือการเลือก Algorithm (อัลกอริทึม) เช่น การ์ดจอบางชนิดสามารถคำนวณโดยใช้ Algorithm แบบ NeoScript ได้ หรืออีกชนิดสามารถประมวลผล Algorithm ในแบบ Ethash และ CryptoNight ได้ เป็นต้น Algorithm แต่ละชนิดสามารถขุดเหรียญได้ต่างชนิดกันไป เช่น หากเราต้องการขุดเหรียญ Zcash (ZEC) ก็ต้องเลือกใช้ Algorithm Equihash ในการถอดรหัส หรือถ้าจะขุดเหรียญอีเธอเรียม ก็ต้องใช้การ์ดจอที่สามารถคำนวณ Algorithm Ethash ได้ นอกจากนี้ในกรณีที่การ์ดจอหนึ่งใบสามารถถอดรหัสได้หลาย Algorithm นั่นหมายความว่าถ้าเรามีการ์ดจอหนึ่งใบ เราสามารถเลือกเหรียญที่จะขุดได้หลายเหรียญ

ปัจจุบันมีผู้ผลิตการ์ดจออยู่ 2 ค่ายใหญ่ๆ คือ NVIDIA และ AMD ซึ่งแต่ละค่ายจะมีความสามารถในการถอดรหัส Algorithm แตกต่างกันเเนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวในการคำนวณของการ์ดนั้นๆ เช่น ถ้าเป็นการ์ดของ NVIDIA จะถอดรหัสได้ดีใน Algorithm Equihash และ NeoScript ส่วน AMD จะถอดรหัสได้ดีใน Algorithm Ethash

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์การขุดที่เรียกว่า Application Specific Integrated Circuits (ASIC) อีกด้วย ซึ่งเครื่องจำพวก ASIC นี้ถูกสร้างขึ้นมาให้ถอดรหัสได้เพียง Algorithm เดียวเป็นหลัก เช่น Antminer S9 หรือ Antminer L3+ มีเอาไว้ขุดบิตคอยน์โดยตรง หรือ Antminer X3 สำหรับขุด CryptoNight หรือ Antminer E3 สำหรับขุด Ethereum หรือ Antminer Z9 Mini ที่สามารถใช้ขุด Zcash (ZEC) ได้เพราะมันทำงานกับ Algorithm Equihash เป็นต้น

 

 

หาเหรียญฟรีจากโลกออนไลน์

ของฟรีไม่มีในโลก นี่คือสัจธรรม ดังนั้นคุณต้องแลกมาด้วยอะไร สักอย่างเพื่อที่จะได้เหรียญเหล่านั้นมา โลกอินเทอร์เน็ตมีทุกเหรียญ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Bitcoin Cash, Ethereum, Litecoin, Dash หรืออื่น ๆ ล้วนแล้วแต่มีให้คุณได้หยิบจับค้นหาด้วยกันทั้งสิ้น

 

                                                       เว็บไซต์ Faucet Hub source : https://www.btcxup.com/

 

ในโลกของ Cryptocurrency นั้น ยังมีคำศัพท์สำคัญอยู่อีก 2 คำ เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงวงการนี้ในระดับล่างสุด จากทุกซอกมุมเล็ก ๆของโลก คำแรกก็คือ Faucet Hub กับอีกคำหนึ่งก็คือ Microwallet

การที่เราเข้าไปตอบแบบสอบถาม เข้าไปช่วยรีวิวสินค้า เข้าไปกดดูคลิปโฆษณา และอีกสารพัดอย่าง ตลอดจนถึงการชักชวนเพื่อนฝูงให้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกนั้น เป็นเครื่องมือในการทำตลาด เช็กยอดความนิยม การรับรู้ในผลิตภัณฑ์ของวงการโฆษณามาโดยตลอด โดยเดิมทีจะมีการจ่ายเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ที่ยอมสละเวลาเข้ามาช่วยทำ แต่โลกวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว พวกเขาเริ่มหันมาใช้ Cryptocurrency จ่ายเป็นค่าตอบแทน

Faucet Hub สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อหลบเลี่ยงเหมืองขุด Crypto-currency คงไม่ทันการหากต้องเสียเวลาไปขุดเหรียญออกมาจริง ๆ เพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทน ดังนั้นระบบ Faucet Hub จึงเป็นระบบที่แยกออกมา ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเก็บข้อมูลของสมาชิกผู้ที่สมัครเข้าไปแจ้งว่าได้เข้าไปช่วยทำงานต่าง ๆ กดรีวิวสินค้า ดูคลิปภาพยนตร์ทำแบบสอบถาม เป็นต้น และทุก ๆ งานเหล่านั้นจะได้คะแนนสะสมเป็นหลักฐาน คะแนนสะสมที่ว่านี้ใช้แลกเปลี่ยนเป็นบิตคอยน์ เป็นอีเธอเรียม หรือเหรียญอื่น ๆ จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ผู้ลงโฆษณาหรือบล็อกเชนมาคอยกำกับดูแล แต่มีโครงสร้างของ address ในลักษณะเดียวกัน เราเรียกกระเป๋าพวกนี้ว่า Microwallet

 

ข้อมูลจากหนังสือ CRYPTOCURRENCY 101

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิกที่นี่

 


บทความอื่นๆ

ทำความรู้จัก คริปโต ก่อนเข้าสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคตอันใกล้นี้

10 เทคโนโลยีพลิกอุตสาหกรรม งาน และชีวิตยุค 4IR

Black Mirror กระจกสะท้อนภาพการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *