การเดินทางของโรเบิร์ต แลงดอน จากรหัสลับดาวินชี ถึง ออริจิน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การมาถึงของนิยายสืบสวนเรื่อง รหัสลับดาวินชี ทำให้วงการนิยายสืบสวนเปลี่ยนแปลงไปอีกขั้น ด้วยการนำเอาความจริงมาผสมกับจินตนาการเพื่อพาผู้อ่านต้องหันมาตั้งคำถามต่อความเชื่อที่มีมานับพันปี

 

            ความเชื่อในเรื่องของศาสนา ความศรัทธาในพระเจ้า ซึ่งดูเหมือนว่า ผู้เขียน จะตั้งคำถามมันออกมาดังๆ

            คำถามที่ไม่ใช่แค่คิด แต่ดูเหมือนมันจะรูปธรรมแห่งหลักฐานข้อมูลยืนยัน

            ข้อมูลที่อิ่งแอบอย่างแนบแน่นกับบุคคลในประวัติศาสตร์ ซ้อนทับเป็นหนึ่งเดียวกันกับงานศิลปะที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

            หนึ่งนั้นคือภาพโมนาลิซ่า ที่หมายรวมไปถึงความจริงอันน่าตระหนกของดาวินชี ผู้วาดอีกด้วย

 

            เช่นเดียวกันกับชายที่ชื่อ โรเบิร์ต แลงดอน ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสัญลักษณ์โบราณ ที่ผู้เขียนคือ แดน บราวน์ สร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างมีชีวิต ชวนให้เราต้องติดตามการเดินทางของเขาเพื่อไขปริศนา จากปารีสสู่เกาะอังกฤษเพื่อที่จะบอกกับโลกว่า อะไรคือความลับของจอกศักดิ์สิทธิ์

            ความลับที่ทำให้ศรัทธาความเชื่อของเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล หรืออาจจะกล่าวได้ว่า รหัสลับดาวินชี คือนิยายที่ส่งผลก่อให้เกิดข้อสงสัยในศรัทธาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

            นักอ่านบ้านเรารู้จัก โรเบิร์ต แลงดอน จากเรื่อง รหัสลับดาวินชี ทั้งที่ความจริงแล้ว นี่เป็นการผจญภัยครั้งที่สองของเขา เพราะทางสำนักพิมพ์ได้ตีพิมพ์เรื่องนี้ก่อนเรื่อง เทวากับซาตาน นิยายเรื่องที่ถือเป็นการเปิดตัว แลงดอน ที่เขาต้องไปเกี่ยวกันเพื่อไขความลับการฆาตกรรมของพระชั้นผู้ใหญ่ในวาติกัน กับสัญลักษณ์โบราณที่ปรากฏอยู่บนร่างของเหยื่อ

 

 

            ด้วยการเดินเรื่องที่กระชับ ความลึกลับแห่งปริศนาของศิลปะและสถาปัตยกรรม กับตัวละครที่มีชีวิตทำให้เราต้องติดตามเขาไปชนิดหายใจรดต้นคอต่อการไล่ล่า ชนิดที่ว่าเราเองกำลังรู้สึกว่าตกเป็นเหยื่อ แต่ขณะเดียวกัน แดน บราวน์ ก็พาเราไปพบกับความมหัศจรรย์ของนครวาติกัน ศูนย์กลางแห่งศาสนาคริสต์ได้อย่างเห็นภาพอย่างที่ไม่เคยมีสารคดีหรือหนังสือเล่มได้ทำมาก่อน 

            จากห้องสมุดเก่าแก่เต็มไปด้วยเอกสารล้ำค่าของวาติกัน แลงดอน เริ่มการผจญภัยครั้งใหม่ในบ้านของตัวเอง กรุงวอชิงตัน กับห้องสมุดที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่และมีหนังสือมากที่สุดในโลก ในเรื่อง สาส์นลับที่สาบสูญ กับความลับของกลุ่มเมสัน ทั้งยังบอกเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาในแทบจะทุกมิติของสิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรม และศิลปะของกรุงวอชิงตันได้อย่างเข้าถึง

วาติกัน, อิตาลี

 

          ไม่นานเกินรอ แลงดอน ก็กลับมาอีกครั้งในเรื่อง สู่นรกภูมิ กับบทกวีของ ดังเต้ พร้อมกับการเปิดตัวแลงดอนได้อย่างช็อคอารมณ์ผู้อ่าน ด้วยกระสุนปริศนาที่ทำให้ความจำของเขาหายไปชั่วคราว กับรหัสลับที่ติดอยู่ในตัวของเขาโดยไม่รู้ที่มา แต่ไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่เขาต้องทำก็คือ หนีจากการไล่ล่า เพื่อไขปริศนาความลับที่จะช่วยให้โลกรอดพ้นจากภัยพิบัติ

            เรื่องนี้เองที่ทำให้เราได้ท่องไปในเมืองแห่งศิลปะที่สวยงามอย่าง ฟลอเรนซ์ ต้นทางของงานยุคเรนาซอง กับความงดงามของปราสาทของตระกูลเมดิซี ก่อนจะพาเราข้ามฟากเมื่อโบราณริมช่องแคบบอสฟอรัส อิสตันบูล เพื่อดำดิ่งลงสู่นครโบราณใต้ดิน ที่ซึ่งความลับซุกซ่อนอยู่

            ทั้งสี่เรื่องทำให้นักอ่านผูกพันกับตัวละครอย่างโรเบิร์ต แลงดอน ในหลายมิติ นับแต่ความสามารถของการถอดรหัส ความหมายของสัญลักษณ์  เขาไม่ใช่นักบู๊แต่กลับมากไปด้วยความรู้ และความถ่อมตน ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง การเดินทางของเขาก็นำพาให้เราได้รู้จักและตื่นตากับกับสถานที่ต่างๆ ที่ถูกนำเอามาเป็นฉากในเรื่อง ในมุมมองที่แตกต่างและลุ่มลึกอย่างมีสีสันราวกับว่าเขากำลังเป็นไกด์พาเราชมสถานที่นั้นๆ

            แม้ภาพรวมของนิยายชุดนี้จะถูกมองว่าเป็นการเอางานศิลปะและสัญลักษณ์โบราณมาเป็นจุดเดินเรื่อง แต่อย่างหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามก็คือ ทุกเรื่องจะมีวิทยาการทางด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นหัวใจอยู่ด้วยเสมอเพียงแต่มันอาจถูกซุกซ่อนอยู่ในเงามืดที่เราไม่ทันนึกถึง นับแต่เรื่องของปฏิสาร ที่อาจเป็นกุญแจไขความลับของการก่อกำเนิดแห่งสรรพสิ่ง ไปจนถึงการเพาะเชื้อโลกที่ใช้ทำลายมนุษย์เพื่อการควบคุมความสมดุล กับฉากห้องทดลองที่มากไปด้วยเทคโนโลยี แบบที่ต้องบอกว่า แลงดอน ผสานโลกเก่ากับโลกใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียนกลมกลืน

            แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ วิทยาศาสตร์จะก้าวเข้ามามีบทบาทในนิยายของเขาอย่างเต็มรูปแบบด้วยวิทยาการที่จะทำให้ แลงดอน กลายเป็นเหยื่อที่ถูกจูงจมูกอย่างที่เราไม่คิดมาก่อน

            วิทยาศาสตร์ที่จะตอบคำถามอย่างเป็นรูปธรรมมากว่าคำตอบที่เคยได้รับมาจากความเชื่อที่ว่า เรามาจากไหน และ เรากำลังจะไปไหน

            เมื่อศรัทธาในศาสนาจักรถูกตั้งคำถาม มันมากพอที่จะทำให้มนุษย์ละทิ้งศรัทธาเดิมเพื่อน้อมรับความเชื่อใหม่ ที่กำลังกลืนกินและครอบงำเราอยู่ในวันนี้หรือเปล่า

            ทั้งหมด คือ ออริจิน ผลงานล่าสุดของ แดน บราวน์ นิยายที่จะกลายมาเป็นคำทายถึงอนาคตของมนุษย์ชาติและโลกในวันพรุ่งนี้

            นักเขียนอย่าง จูลส์ เวิร์ด, ไอแซค อาซิมอฟ, หรือ เอช จี เวล อาจได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนที่ภาพแห่งโลกในนิยายของเขามักเกิดขึ้นจริงจนกลายเป็นความคุ้นเคยของคนในปัจจุบัน แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่เคยตั้งคำถามต่อศรัทธาเหมือนอย่างที่ แดน บราวน์ ทำ

            เมื่อศรัทธาถูกตั้งคำถาม มันจะต่างอะไรจากรูรั่วของสันเขื่อนเล่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *