การฝึกของหน่วยซีล

การฝึกของหน่วยซีล ให้อะไรมากกว่าความอดทน

การฝึกของหน่วยซีล เป็นการฝึกที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุด ต้องทำให้ร่างกายทนกับทุกสภาวะและทะลุขีดจำกัดของตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำให้นานที่สุด วิ่งแบกเรือยางไปทุกที่ ว่ายน้ำแบบไม่หยุดพักหลายชั่วโมง ฯลฯ

โดยเฉพาะการฝึกสุดโหดของหน่วยซีลในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ขึ้นชื่อว่าโหดและหินที่สุด ซึ่งคนทั่วไปมักจะมองว่า การเอาชีวิตไปเสี่ยงกับความโหดร้ายที่ไม่รู้ว่าร่างกายของเราจะต้องบอบช้ำเพียงไหน ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีบางสิ่งที่ได้มาจากการฝึกนอกจากความอดทนและร่างกายที่แข็งแรง ยืนยันโดย พลเรือเอก วิลเลียม เอช. แม็คเรเวน อดีตผู้บัญชาการของหน่วยซีลที่ผ่านการฝึกของหน่วยซีลมาทุกรูปแบบ!

มาดูกันว่า การฝึกของหน่วยซีล ต้องฝึกอย่างไรและได้ข้อคิดอะไรบ้าง

 

เตียงนอนต้องตึง เสื้อผ้าต้องเป๊ะ!

หลักสูตรซีลเบื้องต้นที่ต้องทำทุกวันก็คือการว่ายน้ำระยะไกล วิ่งทางไกล (มาก) การฝึกฝ่าเครื่องกีดขวาง และการขู่เข็ญจากครูฝึก โดยสิ่งแรกที่ครูฝึกจะตรวจ หากใครทำไม่ได้จะถูกลงโทษก็คือการเก็บเตียง และการแต่งกายให้เรียบร้อย

ครูฝึกมาดเข้มหน้านิ่งเฉยจะเริ่มตรวจด้วยการเช็กความเนี้ยบของหมวก ให้แน่ใจว่าตรงกลีบหมวกแปดด้านนั้นเรียบร้อยได้รูป รอยจีบที่เสื้อต้องตรงกับกางเกง หัวเข็มขัดทองเหลือแวววาวเหมือนกระจกหรือเปล่า รองเท้าบู๊ตขัดมันวับจนเห็นเงาไหม หลังจากนั้นครูฝึกจะเริ่มไปตรวจที่นอน

ผ้าปูผืนล่างหุ้มคลุมที่นอนไว้และด้านบนมีผ้าปูทับอีกชั้น ผ้าห่มและขนสัตว์สีเทาสอดแน่นใต้ฟูก ผ้าห่มผืนที่สองต้องพับอย่างสวยงามเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ปลายเตียง หมอนต้องวางตรงกลางของหัวเตียงให้ทำมุมฉากกับผ้าห่มด้านล่าง ผ้าคลุมเตียงต้องตึงแน่น ครูฝึกจะโยนเหรียญลงไปบนเตียง เหรียญนั้นต้องกระดอนขึ้นมาหลายนิ้ว นี่คือมาตรฐาน หากมีสิ่งใดผิดไปแม้แน่นอน จะต้องโดนทำโทษให้โต้คลื่น แล้วขึ้นมากลิ้งตัวบนชายหาดจนกว่าทรายเปียกจะปกคลุมไปทั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเก็บที่นอนก็คือ

ความมีวินัย ความเอาใจใส่รายละเอียด เปรียบเสมือนการทำภารกิจแรกของวันให้สำเร็จลุล่วงแม้จะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าการเก็บเตียงจะช่วยมอบพลังให้คุณเริ่มต้นและจบวันได้อย่างครึ้มอกครึ้มใจ

 

เรือยางพายคนเดียวไม่ได้

ช่วงแรกของการฝึกหลักสูตรซีล ผู้ฝึกจะต้องแบกเรือยางติดตัวไปด้วยทุกหนทุกแห่ง แบกไว้เหนือหัวตอนวิ่งออกจากค่ายฝึก วิ่งไปตามถนน วิ่งไปโรงอาหาร หิ้วแนบลำตัวตอนวิ่งขึ้นลงเนินทราย และใช้ผู้ฝึกถึง 7 คนในการพายเรือยางไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย

แต่การเดินทางไปกับเรือยางไม่ได้สอนแค่นั้น บางครั้งจะมีคนในทีมเกิดบาดเจ็บหรือป่วย จึงทุ่มแรงไม่ได้เต็มร้อย สมาชิกคนอื่นจะเติมเต็มให้ด้วยการจ้วงพายให้แรงขึ้น ลึกขึ้น เรือยางลำเล็กสอนให้รู้ว่า ไม่มีใครผ่านหลักสูตรตลอดรอดฝั่งโดยลำพังได้ รวมไปถึงชีวิตเราก็เช่นกัน

ทุกชีวิตย่อมต้องอาศัยคนอื่นช่วยให้ฝ่าพ้นช่วงเวลาอันแสนยากลำบากด้วยกันทั้งสิ้น

 

ห้อยหัวแค่นี้ไม่ตายง่ายๆ หรอก

หนึ่งในด่านฝึกที่ต้องเจอก็คือการข้ามสิ่งกีดขวาง ด่านนี้เป็นขอบหอสูงประมาณ 30 ฟุต ผู้ฝึกต้องไต่เชือกเส้นเดียวโรยตัวลงมาโดยใช้เวลาน้อยที่สุด ครั้งแรกใช้วิธีไต่เชือกลงแบบตัวพอสซั่ม ค่อยๆ กระดืบคืบเหมือนหนอนผีเสื้อลงไปทีละฟุต ผลสรุปคือเสียเวลาไปมากเลยทีเดียว

ครั้งที่สอง ลองเสี่ยงด้วยการยักยันร่างตัวเองให้หัวดิ่งลง เมื่อถึงจุดหมายก็พบว่าทำเวลาดีกว่าครั้งที่แล้วมากเลยทีเดียว

มันเป็นบทเรียนง่ายๆ เรื่องการเอาชนะความกังวลและความกลัว หากมัวแต่คิดว่าเวลาที่ทำได้ในครั้งแรกนั้นดีแล้ว คงทำเวลาได้เพียงเท่านี้ ก็ไม่มีทางรู้เลยว่าศักยภาพตัวเองไม่มีขีดจำกัด อยู่ที่ว่าจะกล้าขยายขีดจำกัดออกมาหรือเปล่า

 

ก็แค่ฉลามขาว

น่านน้ำนอกชายฝั่งคลื่นลมแรงและเย็นยะเยือก การฝึกครั้งนี้ต้องว่ายทวนกระแสน้ำไปให้ถึงจุดหมาย ซึ่งผืนน้ำข้างใต้นั้นมีฉลาม และไม่ใช่ฉลามทั่วๆ ไป แต่เป็นฉลามขาว ซึ่งจัดเป็นฉลามกินคนที่ใหญ่และดุร้ายที่สุดในท้องสมุทร ก่อนส่งนักเรียนลงว่ายน้ำ ครูฝึกได้บรรยายให้ฟังถึงความอันตรายทุกอย่างที่อาจเจอในค่ำคืนนั้น มีทั้งฉลามเสือดาว ฉลามหัวค้อน และฉลามขาวตัวฉกาจ

การว่ายน้ำท่ามกลางมหาสมุทรยามค่ำคืนโดยรู้ว่าใต้ผิวน้ำมีฉลามขาวรองับร่างให้ขาดครึ่งท่อนซุ่มอยู่ย่อมทำให้ขวัญกระเจิงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจมีอะไรยับยั้งความอยากเป็นหน่วยซีลลงได้ เป้าหมายสูงสุดจะทำให้เราใจกล้า หากไร้ซึ่งความกล้าหาญ ชีวิตก็จะถูกกลืนกินไปกับสิ่งเย้ายวน ย่อมถูกพวกทรราช ผวกเผด็จการกดขี่ อันธพาลทั้งหลายจะผงาดขึ้น

เมื่อมีความกล้าหาญ คุณจะสามารถยืนหยัดท้าทายและเอาชนะสิ่งชั่วร้ายได้

 

ร้องเพลงให้ดัง เมื่อโคลนจมถึงคอ

หาดโคลนถือเป็นด่านสุดโหดก็ว่าได้ บริเวณนั้นเป็นแอ่งตมเหนียวหนักที่ลึกและกว้างใหย่ มีโคลนเฉอะแฉะขังอยู่ตลอด ผู้ฝึกทุกคนต้องวิ่งเข้าไปในโคลนแล้วเริ่มแข่งวิ่ง และแข่งทดสอบรายบุคคลสารพัด ทุกคนจะอยู่ในสภาพหนาวเหน็บ เฉอะแฉะ และทุกข์ทรมาน ทั่วร่างกายคลุกเคลือบด้วยโคลนหนืดข้นเหนียวจนการขยับตัวทำให้ร่างกายอ่อนเปลี้ย และลองใจอย่างหนักว่ายังอยากจะไปต่อไหม

ความทรมานที่เกิดขึ้นทำให้ครูฝึกเอ่ยปากว่า หากมีคนลาออกสัก 5 คน เพื่อนที่เหลือจะสบายขึ้นบ้าง เพื่อหลายคนที่ขยับเข้าไปหาครูฝึกเพื่อยอมรับข้อเสนอนั้น แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงแหบพร่าเหนื่อยอ่อน แต่ดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน เนื้อเพลงไม่รื่นหู แต่ทุกคนรู้จักเพลงนี้ จากเสียงเดียวกลายเป็นสอง จากสองกลายเป็นสาม แล้วไม่นานทุกคนก็ร้องเพลงนี้ด้วยกัน

เสียงเพลงทำให้ทุกคนเข้มแข็งขึ้น และพลังใจก็จะตามมา สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ พลังของใครสักคนสามารถรวมใจคนกลุ่มใหญ่ได้ บันดาลใจคนรอบกายมอบความหวังให้คนอื่นได้ ถ้าใครสักคนทนความเหน็บหนาวได้ เราเองก็ย่อมทนได้เช่นกัน

บางวันเราอาจพบตัวเองในสภาพโคลนจมถึงคอกันได้ทั้งนั้น เวลาเช่นนั้นแหละที่ควรจะร้องเพลงให้ดัง ยิ้มให้กว้าง ปลุกขวัญกำลังใจให้คนรอบข้าง และมอบความหวังให้พวกเขาเชื่อมั่นว่าวันพรุ่งนี้จะต้องดีกว่านี้

 

 

ข้อมูลจากหนังสือ เก็บที่นอน ก่อนออกไปเปลี่ยนโลก

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก

 


บทความอื่นๆ 

บทเรียนสำคัญแห่งชีวิตจากหน่วยซีล พัฒนาตนเองเพื่อทะลุทุกขีดจำกัด

จุดเริ่มต้นและการทำงานของ พิกซาร์ บริษัทแอนิเมชั่นชื่อดัง

วาทะเด็ดจาก 5 คนดังระดับโลก สตีฟ จ็อบส์, อีลอน มัสก์, บิล เกตส์ ฯลฯ

จากมดงานสู่มังกรรบ ด้วย 4 คติพจน์ของ ‘หัวเว่ย’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *