การฆ่าตัวตายในสังคมเกาหลี และความหมายของการมีชีวิตอยู่

ประเทศ เกาหลี เป็นประเทศที่มีการ ฆ่าตัวตาย เกิดขึ้นติดอันดับโลก จากข่าวที่เห็นผ่านจอโทรทัศน์และทางอินเทอร์เน็ต เราจะรู้ได้เลยว่าความเครียดและความกดดันจากสังคมเกาหลีมีมากนัก เริ่มตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนจนถึงวัยทำงาน

 

            ในช่วงเดือน 11 จะมีการสอบอย่างหนึ่งที่ทำให้ยอดการฆ่าตัวตายในวัยเรียนเพิ่มขึ้นหลายเท่า ก็คือการสอบ “ซูนึง” ซูนึง คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กนักเรียนในประเทศเกาหลี จัดขึ้นปีละ 1 ปีครั้งเท่านั้น ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทางรัฐบาลได้จัดศูนย์สอบกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนการสอบนี้เลยแม้แต่น้อย

            เป้าหมายของการสอบครั้งนี้คือต้องสอบให้ได้คะแนนสูงพอที่จะเข้ามหาวิทยาลัย Top 3 ของประเทศ ที่มีชื่อเรียกว่า SKY ประกอบด้วย Seoul national university, Korea University และ Yonsei University การได้เรียนที่มหาวิทยาลัย Top 3 เป็นใบเบิกทางชั้นยอดในการเข้าทำงานในองค์กรชั้นนำของประเทศ และแน่นอนว่าทุกครอบครัวล้วนอยากให้ลูกหลานของตัวเองเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งนี้

 

 

            แรงกดดันจากคนรอบข้างทำให้เด็กนักเรียนเกาหลีจำนวนไม่น้อยที่ต้องอ่านหนังสืออย่างหนัก ติวสอบเข้ม เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ตามเป้าหมาย แบกความคาดหวังของครอบครัวและของตัวเองเอาไว้เต็มบ่า และเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวัง ความอดทนที่กักเก็บมาทั้งหมดก็สิ้นสุดลง และอาจลงท้ายด้วยการฆ่าตัวตาย…

 

 

              อีกยองเฮ นักเขียนจากประเทศเกาหลี ได้มองเห็นความสำคัญถึงปัญหาการฆ่าตัวตาย และความกดดันในวัยเรียน จึงเขียนหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า “ถ้าวันหนึ่งนั้น…ฉันตาย” เพื่อเป็นกำลังใจให้เด็กทุกคนมองเห็นความสำคัญขณะยังมีชีวิตอยู่ และได้รับกระแสตอบรับในเกาหลีที่ดีมาก ได้รับการยกย่องให้เป็นหนังสือที่ “วัยรุ่นทุกคนควรอ่าน” ขายไปกว่า 400,000 เล่มในประเทศเกาหลี และขายลิขสิทธิ์ไปแล้ว 4 ประเทศ

              นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดย เจจุน เด็กวัยรุ่นที่มีปัญหา ต้องการเป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนๆ อยากเท่ให้สาวเหลียวมอง และความคิดของเด็กในวัยนี้ ก็หนีไม่พ้นกับสิ่งที่คิดว่าเท่ที่สุดในก็คือการขี่มอเตอร์ไซค์ ความอยากเท่ในวันนั้น ทำให้เจจุนประสบอุบัติเหตุและจากไปอย่างไม่มีวันกลับ มีแต่ ยูมี เพื่อนสนิทคนเดียวของเขาที่ยังคิดถึงเขาตลอดเวลาที่เขาจากไป

              ‘ยูมี’ เป็นเด็กผู้หญิงที่เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนเดียวกับเจจุน ไม่มีเพื่อนสนิท ครอบครัวมีปัญหา เจจุนเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างยูมีในสังคมแปลกใหม่ และยูมีก็เป็นคนเดียวอีกเช่นกันที่อยู่ข้างๆ เจจุน แต่แล้ววันหนึ่ง เจจุนกลับประสบอุบัติเหตุและจากไปก่อนวัยอันควร พร้อมกับทิ้งไดอะรี่เอาไว้เล่มหนึ่ง หน้าแรกของไดอะรี่เล่มนั้นเขียนไว้ว่า “ถ้าวันหนึ่งฉันตาย…ความตายของฉันจะมีความหมายอย่างไรกัน”

               ถึงแม้ว่านิยายเรื่องนี้จะตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2004 แต่ก็ยังเป็นหนังสือขายดีในหมวด Heart Warming ในเกาหลีมาอย่างยาวนาน อารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงแก่นแท้ที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อนั้นไม่ได้ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ยังคงสดใหม่และกรีดเฉือนหัวใจที่อ่อนเยาว์ได้เสมอ

              ไม่มีใครตอบได้ว่าที่สุดแล้ว ความตายมีความหมายอย่างไร และระหว่างตายกับมีชีวิตอยู่ สิ่งไหนดีกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ การได้ลองทบทวนถึงการมีชีวิตอยู่ และใช้ชีวิตเหมือนยามดึกสงัดของความตายใกล้ย่างกรายมาถึง อาจเป็นวิธีที่ทำให้เราใช้ชีวิตในแต่ละวันได้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าในชีวิตคุณจะไม่เคยคิดอยากตายเลยสักครั้ง สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ให้คุณ ก็คือความหมายของการมีชีวิตอยู่และสามารถก้าวข้ามความสูญเสียอย่างที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ

หวังว่านิยายเล่มนี้จะช่วยบรรเทาความเงียบเหงา เจ็บปวด ข้างในใจของคุณทุกคน

 


บทความอื่นๆ

แนะนำนิยายเกาหลีพล็อตสุดล้ำ จากมือรางวัลระดับประเทศ!

นิยายของ สตีเวน คิง (Stephen King) ราชาแห่งนิยายสยองขวัญที่คุณไม่ควรพลาด

รวมนิยายญี่ปุ่นน่าอ่าน ครบทุกรสชาติ ที่คุณควรอ่านสักครั้งในชีวิต

แนะนำนิยายสืบสวน ทั้งไทยและต่างประเทศที่คุณไม่ควรพลาด!

รวมหนังสือของ แดน บราวน์ นักเขียนนวนิยายสืบสวนชื่อก้องโลก

ใส่ความเห็น

0