สาเหตุและวิธีรักษา กรดไหลย้อน ภัยเงียบรบกวนคุณภาพชีวิต

หลายคนคิดว่าการเป็นโรค กรดไหลย้อน ไม่ใช่เรื่องอันตราย แค่รบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน จึงเลือกที่จะปล่อยปละละเลย ไม่ยอมรักษา แต่รู้หรือไม่ หากปล่อยไว้แบบนี้ นอกจากจะส่งผลให้ใช้ชีวิตลำบากแล้ว ยังมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารในอนาคตได้ด้วย

มาดูกันว่าสาเหตุและวิธีรักษา กรดไหลย้อน มีอะไรบ้าง จะได้ป้องกันและแก้ไขทันก่อนจะลุกลาม

 

กรดไหลย้อนคืออะไร

กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่มีสารคัดหลั่งจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร โดยสารคัดหลั่งที่ว่านี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารซึ่งมีสภาวะเป็นกรด มีรสเปรี้ยว หรืออาจเป็นแก๊สจากกระเพาะอาหารหรือน้ำย่อยจากลำไส้เล็ก ที่อาจปะปนมากับกรดในกระเพาะอาหารได้ ทำให้ผู้ป่วยบางรายรู้สึกถึงรสเปรี้ยวๆ ขมๆ เวลาเกิดอาการกรดไหลย้อน โดยที่อาจมีหรือไม่มีผลข้างเคียงจากโรคนี้ก็ได้

 

สาเหตุของการเกิดโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย และเกิดจากการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสมดังต่อไปนี้

 

1.ความผิดปกติจากการคลายตัวของหลอดอาหารส่วนปลาย

ตามปกติเมื่อเรากินอาหาร อาหารจะเป็นตัวกระตุ้นให้หลอดอาหารบีบและคลายตัวออกเพื่อลำเลียงอาหารจากปากสู่กระเพาะอาหาร แต่ในผู้ป่วยกรดไหลย้อนบางราย หลอดอาหารจะมีการคลายตัวที่ผิดปกติ คือ เกิดการคลายตัวทั้งๆ ที่ไม่มีการกลืนหรือไม่มีอาหารเป็นตัวกระตุ้น และคลายตัวบ่อยครั้ง ทำให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นสู่หลอดอาหารได้

 

2.ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลาย

กล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารจะทำหน้าที่กั้นไม่ให้อาหารและกรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับสู่หลอดอาหารได้ แต่ในผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายผิดปกติหรือมีภาวะกล้ามเนื้อหย่อน ก็จะทำให้กรดหรืออาหารจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารได้เช่นกัน

 

3.ความผิดปกติจากการบีบตัวของหลอดอาหาร

เมื่อเรารับประทานอาหาร ตามปกติหลอดอาหารจะทำหน้าที่บีบตัวเพื่อไล่อาหารลงสู่กระเพาะอาหาร แต่หากประสิทธิภาพการบีบตัวไม่ดีเท่าที่ควร เวลาที่มีกรดจากกระเพาะอาหารบางส่วนไหลย้อนขึ้นมา ก็จะไม่สามารถบีบไล่กรดกลับสู่กระเพาะอาหารได้

 

4.สูบบุหรี่

สารนิโคตินจะทำให้หูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างหย่อนลง และมีผลทำให้การบีบตัวของกล้ามเนื้อหลอดอาหารลดลง ทำให้ประสิทธิภาพในกำจัดกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหารมาสู่หลอดอาหารลดลงด้วย อีกปัจจัยหนึ่งคือ สารพิษจากบุหรี่จะเพิ่มการหลั่งกรดจากกระเพาะอาหาร และยังทำลายเยื่อบุหลอดอาหารด้วย

 

5.ภาวะน้ำหนักเกิน

ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน มีโอกาสเป็นโรคกรดไหลย้อนมากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติตามเกณฑ์ เนื่องจากความดันในช่องท้องสูงกว่าปกติ ในขณะที่ความดันในทรงอกซึ่งเป็นจุดที่หลอดอาหารวางตัวอยู่ไม่ได้เพิ่มขึ้น ทำให้ความดันทั้งสองส่วนต่างกัน จึงทำให้กรดจากกระเพาะอาหารมีโอกาสถูกดันขึ้นสู่หลอดอาหารได้ ยิ่งความดันในช่องท้องสูงเท่าไร โอกาสที่จะเกดิโรคกรดไหลย้อนก็ยิ่งสูงมากขึ้น

 

ยิ่งรู้เร็ว รักษาไว ก็หายได้

หลังจากพบแพทย์แล้วว่าคุณเป็นโรคกรดไหลย้อนแน่นอน โดยไม่มีอาการเตือนที่เป็นสัญญาณอันตราย จึงเริ่มรักษาตามความรุนแรงของโรคดังนี้

 

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต

เช่น การลดน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นอาการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารรสเปรี้ยวจัด เช่น มะนาว น้ำส้ม ซึ่งมีสภาพเป็นกรดอยู่แล้ว หรืออาหารรสเผ็ดจัดที่ทำให้เกิดอาการเสาะท้อง รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช็อกโกแลต หรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ น้ำอัดลม

หลีกเลี่ยงการกินอาหารเย็นจำนวนมาก และไม่ควรนอนทันทีหลังจากกินอาหารเสร็จ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีอาหารตกค้างในกระเพาะอาหารซึ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อน และควรนอนตะแคงซ้าย เพราะรูปร่างของกระเพาะอาหารฝั่งซ้ายและขวาต่างกัน หากนอนตะแคงซ้าย โอกาสที่กรดไหลย้อนขึ้นมานั้นน้อยกว่า

 

รักษาด้วยการใช้ยา

ผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจรักษาด้วยยาที่ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ได้แก่ ยากลุ่มโปรตอนปั๊มอินฮิบิเตอร์ เช่น โอมีพราโซล, แลนโซพราโซล, ราบีพราโซล, อีโซเมพราโซล และเด็กซ์แลนโซพราโซล กลุ่มยาที่ว่านี้นับเป็นกลุ่มยาที่ได้ผลในการรักษาดีที่สุด และเป็นกลุ่มยาที่แพทย์นิยมจ่ายให้ผู้ป่วยมากที่สุดด้วย

 

 

ข้อมูลจากหนังสือ โรคกรดไหลย้อน

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

สั่งซื้อออนไลน์ คลิก

 


บทความอื่นๆ 

ทำอย่างไร เมื่อตัวเองหรือคนใกล้ตัวเป็นโรคไบโพลาร์

สาเหตุของการเกิดมะเร็ง และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง

อาหารลดไขมันในเลือด กินอย่างไรให้ห่างไกลโรค NCDs

อาการบ้านหมุน เกิดจากอะไร เสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง

6 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่าคุณอาจจะเป็นโรคไต

ใส่ความเห็น

0